วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555

กลยุทธ์หนีน้ำ ดันยอดขายพุ่งนีโอไลฟ์ โตกว่า 20%

รับสมัครสมาชิกนีโอไลฟ์ ทั่วประเทศ
 http://ads.neolifeonlinecenter.com/?id=tong

กลยุทธ์หนีน้ำ ดันยอดขายพุ่งนีโอไลฟ์ โตกว่า 20%บิ๊กเนมฉีกตำรารุกครึ่งปีหลังบุกทุกช่องทาง

      ติดตามได้ใน นสพ.สยามธุรกิจ วางแผงทุกวันพุธและวันเสาร์
      

              ครึ่งปีแรกผ่าน ค่ายบิ๊กเนมกอดคอโตตามเป้า เป็นผลจากการเร่งเครื่อง หวั่นปัญหา “น้องน้ำ” ทำพิษ “นีโอ ไลฟ์” ยอดขายขยายตัวกว่า 20% พุ่งเป้า AEC เต็มกำลัง “แอมเวย์” โต 7% เน้นจับลูกค้าวัยรุ่นต่อเนื่อง “กิฟฟารีน” รายรับเพิ่มไม่น้อยหน้า 7% เปิดช่องดาวเทียมช่วยสมาชิกล่านักขายหน้าใหม่ “เอม สตาร์” บอกโตตามเป้า ทำตลาดค่อยเป็นค่อยไป เลิกพูดถึงเป้าหมื่นล้าน

ผ่านไป 6 เดือนแรกของปี บรรดาค่าย ขายตรงยักษ์ใหญ่ต่างพอใจกับสถานการณ์ของบริษัทตนเอง หลังยอดขายช่วงครึ่งปีแรกเป็นไปได้ตามเป้าที่วาง โดยครึ่งปีหลัง หลายบริษัทเน้นการสร้างตลาดทั้งในและนอกประเทศเป็นสำคัญ หลังตลาด AEC ใกล้ เปิดเต็มที อีกทั้งยังมีปัญหาน้ำท่วมที่ผู้ประกอบการยังติดภาพหลอนไม่หาย ซึ่ง 6 เดือนนับจากนี้จะเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดที่จะวัดกันว่าค่ายใดจะสามารถโกยยอดขายได้มากกว่ากันในห้วงเวลาที่ไม่มีอะไรแน่นอน!

> “นีโอ ไลฟ์” ยอดขายพุ่งกว่า 20%

บริษัทที่ดูจะมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคงหนีไม่พ้น “บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” ซึ่งในครึ่งปีแรกที่ผ่านมานี้ “ดร.นพรุจ เวชกุล” หัวเรือใหญ่ของบริษัทได้เผยว่า “นีโอ ไลฟ์” สามารถสร้างการเติบโตได้ถึง 20-21% อย่างไรก็ดี ก็ยังไม่เป็นที่ปลาบปลื้ม มากนัก เนื่องจากเป้าที่วางไว้สูงกว่านั้น

จากตัวเลข 4 พันล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขปิดบัญชีของบริษัทเมื่อปีก่อน นับว่า เป็นตัวเลขที่สร้างความฮือฮาให้กับวงการ ได้เป็นอย่างดี แต่เป้าหมายใหญ่ของบริษัท คือ ต้องการที่จะไต่ไปให้ถึง 1 หมื่นล้านบาทให้ได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ทำให้ตัวเลข การเติบโตในปีนี้ของบริษัทยังไม่ใช่ตัวเลข ที่น่าพอใจ

“นีโอ ไลฟ์” เน้นหนักไปที่เรื่องของการเปิดประตูการค้าเสรีอาเซียน หรือ AEC ที่จะมีขึ้นในปี 2558 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า โดยได้สร้างแผนงานมุ่งไปที่ส่วนนี้ เป็นสำคัญ ภายในธีม Connect The Dot to Asian โดยตั้งเป้าว่า ไม่เกินปีหน้า บริษัท จะปักฐานสาขาของ “นีโอ ไลฟ์” ให้ครบทั้ง 10 ประเทศในแถบอาเซียน เพื่อหวังวางรากฐานในการเดินหน้าสู่โลกการค้าเสรีที่กำลังจะเกิดขึ้น
โดยในช่วงครึ่งปีหลังของบริษัท “นีโอ ไลฟ์” พยายามสร้างแผนงานในประเทศอย่างการเปิดแฟรนไชส์กาแฟ พร้อมกับการเดินสายประชุมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการสร้างการตลาดในต่างประเทศ ซึ่งนับเป็น 2 สิ่ง ที่ทีมผู้บริหารของบริษัทได้วางกลยุทธ์ได้อย่างลงตัว ซึ่งหากมองอย่างละเอียดเป้าหมายหมื่นล้านของบริษัท คงไม่ได้ไกลอย่างที่หลายคนมองเสียแล้ว

> “แอมเวย์” โต 7% เน้นลูกค้าวัยรุ่น
“บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด” นับเป็นแบรนด์ขายตรงที่เก่าแก่ที่สุดแบรนด์หนึ่งของประเทศไทย ทั้งยังเปรียบเสมือนบริษัทผู้บุกเบิกทำให้ธุรกิจขายตรงเริ่มเป็นที่รู้จักกันในช่วงต้นของวงการธุรกิจ เครือข่าย จากสิ่งนี้ด้วยความที่อยู่มานานพร้อมแผนการตลาดที่ดี ทำให้ “แอมเวย์” กลายเป็นเบอร์หนึ่งของวงการขายตรงบ้านเราโดยในปีนี้ หลังจากที่ผ่านไปครึ่งปีของการเปิดสนามทำธุรกิจ แม่ทัพใหญ่อย่าง “กิจธวัช ฤทธีราวี” ประกาศว่า ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา บริษัทมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 7% ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตที่เป็น ไปตามเป้า โดยในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา บริษัท ได้เดินกลยุทธ์หลักคือ เรื่องของสินค้าในกลุ่ม ต่างๆ ในไลน์ของ “แอมเวย์” รวมทั้งยังผลักดันในส่วนของการจับกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีอย่างสื่อออนไลน์ และ โซเชียลเน็ตเวิร์ก ในการสร้างเครือข่าย

ซึ่งการใช้ช่องทางการตลาดแบบใหม่ ที่บริษัทได้พยายามใช้มาตลอดช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เป็นการใช้เพื่อกลุ่มลูกค้า Gen Y หรือกลุ่มลูกค้าใหม่ เน้นกลุ่มวัยรุ่น และกลุ่ม ผู้เริ่มเข้าสนามแรงงานเป็นสำคัญ บวกกับการถ่ายทอดความรู้เรื่องของนวัตกรรมสินค้าควบคู่ จุดนี้ถือเป็นกลยุทธ์หลักของบริษัทที่ได้พยายามผลักดัน ซึ่งเชื่อว่าในช่วง สิ้นปี บริษัทจะสามารถขยับเข้าใกล้ยอดขาย 2 หมื่นล้าน ที่ “แอมเวย์” วางไว้เมื่อ 5 ปีที่แล้วได้อย่างใกล้เคียง

อย่างไรก็ดี ในส่วนของยอดขาย 2 หมื่นล้านบาท ที่บริษัทได้ตั้งเป้าว่าปีนี้จะเป็นปีที่บริษัทประสบความสำเร็จในส่วนของ เป้ายอดขายนี้ ก็เห็นจะเป็นเรื่องยาก เพราะ หากดูจากยอดขายเมื่อปีที่แล้วที่บริษัทปิดไว้ที่ 1.55 หมื่นล้านบาท หากปีนี้จะปิดเพิ่มอีก 4.5 พันล้านบาท ดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ซึ่งทีมผู้บริหารของบริษัท คงต้องยืดระยะเวลาออกไป

> “กิฟฟารีน” เปิดช่องดาวเทียมหลังรายรับขยาย 7%

มาดูกันที่ค่ายยักษ์ใหญ่ของวงการ MLM ไทย อย่าง “บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด” ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่าน มา บริษัทมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 7-10% ซึ่งบริษัทยืนยันว่าอัตราการเติบโตที่เห็นนี้ เป็นไปได้ตามเป้าหมายที่บริษัทได้วาง ไว้ โดยที่ “พงษ์พสุ อุณาพรหม” ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด ชี้ให้เห็นว่า อัตรา การเติบโตนี้เป็นผลจากความมั่นใจของสมาชิก จากแผนรับมือน้ำท่วมในปีก่อน

อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งปีหลังนับจากนี้ บริษัทได้วางกลยุทธ์หลัก คือ การสร้างแผนการตลาด โดยเน้นไปที่เรื่องการสื่อสาร แบรนด์เป็นสำคัญ โดยบริษัทได้ควักงบกว่า 50 ล้านบาท เพื่อเปิดช่อง “ทีวี ดาวเทียม” โดยหวังให้เป็นสื่อสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ และสร้างการรับรู้ให้เพิ่มขึ้นกับบริษัท

ซึ่งการเปิดช่อง “ทีวี ดาวเทียม” นี้ บริษัทได้ใช้ชื่อช่องว่า “กิฟฟารีน แชนแนล” โดยถือเป็นกลยุทธ์ไฮไลต์ประจำปีของบริษัท เลยก็ว่าได้ จากเรื่องนี้ทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากที่บริษัทได้เปิดช่องทาง การสื่อสารดังกล่าวจะทำให้แบรนด์ของ กิฟฟารีนจะเป็นไปในทางใด อีกทั้งในช่วงนี้นับเป็นเวลาที่สื่อดาวเทียมกำลังจะถูกวางทิศทาง การนำเสนอจากทางภาครัฐ โดยหากสื่อดังกล่าวไม่ถูกปิดกั้นการนำเสนอมากเกินไป ก็นับเป็นเรื่องดีของบริษัท รวมทั้งค่ายขาย ตรงที่เน้นใช้สื่อนี้ในการสร้างการรับรู้แบรนด์

> “เอม สตาร์” ออกสินค้าอัดแคมเปญดึงเรตติ้งคืน

ว่ากันว่าแบรนด์ขายตรงที่สร้างความฮือฮาให้กับวงการได้มากที่สุดในช่วง 3-4 ปี ที่ผ่านมา เป็นของ “บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด” ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า แบรนด์ ขายตรงนามนี้ มองไกลไปที่ตัวเลขยอดขาย 1 หมื่นล้านบาทเป็นสำคัญ และหากดูจากตัวเลขการเติบโตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยอดขายหมื่นล้านบาทที่บริษัทตั้งเป้าก็ไม่ใช่ เพียงเรื่องเพ้อฝันอย่างแน่นอน

ในช่วงครึ่งปีแรกของ “เอม สตาร์” ในปีนี้ “ท.ญ.ลพา วัชรศรีโรจน์” บอกเพียงว่า อัตราการเติบโตเป็นไปได้ตามเป้าหมาย ที่บริษัทได้วางไว้ ส่วนตัวเลขยอดขายหมื่นล้านบาทนั้น บริษัทคงจะไม่ใช้เป็นเป้าหมาย อีกต่อไป เนื่องจากบริษัทต้องการที่จะเน้นการทำตลาดเรียกชื่อเสียงที่หายไป จากการ ทิ้งน้ำหนักสาขาต่างประเทศในปีที่ผ่านมามากจนเกินไป ทำให้ยอดขายและเรตติ้งในประเทศถูกตัดทอน

โดยกลยุทธ์หลักๆ ของ “เอม สตาร์” ก็จะเน้นไปที่สินค้า ที่บริษัทได้เพิ่มเข้ามาในไลน์ โดยใช้แคมเปญต่างๆ เข้ามาเป็นตัวสร้าง การรับรู้ในการเปิดตัวสินค้า หนึ่งในนั้นเป็น การจัดประกวดนายแบบ นางแบบ ที่บริษัท ได้จัดขึ้น ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน โดยกิจกรรมนี้ ดูจะได้ผลทำให้ผู้บริโภคเกิดการ รับรู้ และจดจำในส่วนของยี่ห้อแบรนด์


ขอขอบคุณ นสพ.สยามธุรกิจ  ฉบับที่ 1313 ประจำวันที่ 30-6-2012  ถึง 3-7-2012

วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ข้อแตกต่างระหว่าง “ธุรกิจขายตรง” กับ “ขายตรงแอบแฝงแชร์ลูกโซ่”

นีโอไลฟ์ออนไลน์เซ็นเตอร์  เปิดรับสมัครสมาชิกทั่วประเทศ



 
                จากข้อมูลที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รวบรวมไว้เกี่ยวกับแผนประทุษกรรม หรือรูปแบบของแชร์ลูกโซ่ในลักษณะต่าง ๆ ผ่านทางเว็บไซต์ www.dsi.go.tt และใช้ชื่อเรื่องว่า กลยุทธ์กลโกง “ แชร์ลูกโซ่ ” เพื่อเป็นการให้ความรู้กับประชาชน ในการป้องกันมิให้ตกเป็นเหยื่อของแชร์โซ่ ซึ่งได้รวบรวมไว้มากกว่าสิบรูปแบบ เช่น แชร์ข้าวสาร แชร์ก๋วยเตี๋ยว แชร์ยางพารา เป็นต้น ข้อมูลดังกล่าวเผยให้เห็นถึงมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากแชร์ลูกโซ่สูงถึงกว่าพันห้าร้อยล้านบาท และมีจำนวนของผู้เสียหายที่เชื่อว่าไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนคน สะท้อนให้เห็นว่ายังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่รู้เท่าไม่ทันกลโกงของธุรกิจที่แอบแฝงแชร์ลูกโซ่เหล่านี้ และมีหลายกรณีที่ใช้รูปแบบโดยแอบอ้างว่าเป็นธุรกิจขายตรงแต่กลับดำเนินธุรกิจแอบแฝงในลักษณะของแชร์ลูกโซ่ ซึ่งแต่ละรูปแบบของการกลโกงนั้นมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันออกไป ธุรกิจทั้งสองประเภทนี้จะมีลักษณะที่แตกต่างกัน คือ ธุรกิจขายตรงนั้นจะต้องมีการจดทะเบียนกับ สคบ. และดำเนินธุรกิจตรงตามที่ได้ยื่นจดทะเบียนไว้ การรับสมัครสมาชิก ไม่มีการบังคับ ไม่มีเงื่อนไขให้สมาชิกต้องซื้อสินค้าเพื่อมีสิทธิในการร่วมธุรกิจ สมาชิกสามารถนำสินค้าไปเสนอขายต่อผู้บริโภคได้โดยตรง ณ ที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ทำงานของผู้บริโภค โดยที่ผลตอบแทนของสมาชิกขึ้นอยู่กับการขายสินค้า และสินค้าจะต้องเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง โดยจะต้องผ่านการตรวจสอบหรือได้รับการรองรับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สมาชิกมีความเป็นอิสระในการคืนสินค้า คือสมาชิกจะมีสิทธิในการคืนสินค้าตามเงื่อนไขของสัญญา และรอรับเงินคืนในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนผู้บริโภคนั้นจะมีสิทธิในการเลิกสัญญา โดยการส่งหนังสือแสดงเจตนาภายใน 3 วัน นับจากวันที่ได้รับสินค้า หรือบริการ สำหรับธุรกิจขายตรงแอบแฝงแชร์ลูกโซ่นั้น เป็นธุรกิจที่ไม่ได้มีการจดทะเบียน หรืออาจจะมีการจดทะเบียนแล้ว แต่การดำเนินธุรกิจนั้นมีความแตกต่างจากที่ได้ยื่นจดทะเบียนไว้ การรับสมาชิกจะมีเงื่อนไข หรือมีการบังคับให้สมาชิกต้องซื้อสินค้าเพื่อสิทธิในการเข้าร่วมธุรกิจ โดยที่สมาชิกไม่ต้องนำสินค้าไปเสนอขายต่อผู้บริโภค แต่จะมุ่งเน้นให้สมาชิกไปชักชวนบุคคลอื่นให้เข้าร่วมเครือข่าย โดยที่ผลตอบแทนจะเป็นรายได้จากการแนะนำ ที่คิดคำนวณจากจำนวนสมาชิกที่เข้าร่วมเครือข่ายมากขึ้น สำหรับตัวสินค้าจะเป็นสินค้าที่มีราคาสูงแต่คุณภาพต่ำ และไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งจะมีการใช้วิธีการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณที่เกินจริง และมักจะไม่รับคืนสินค้า เพราะระบบการจ่ายเงินเป็นการนำเงินจากผู้สมัครรายใหม่มาจ่ายให้กับสมาชิกรายเก่าต่อๆกันไป

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555

รางวัลยอดเยี่ยม แห่งเกียรติยศอันสูงสุด นีโอไลฟ์

       รางวัลแห่งความสำเร็จ ของผู้บริหาร และนักธุรกิจนีโอไลฟ์ 
ธุรกิจไทยที่เติบโตอย่างมั่นคง http://www.neolifeonlinecenter.com/รับสมัครสมาชิก นักธุรกิจอิสระทั่วอาเซียน ร่วมเติบโตอย่างอย่างมั่นคง กับธุรกิจขายตรงในระบบเครือข่ายของคนไทย 100% ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์กว้างไกล Connection ที่มั่นคงและมากมาย สินค้าดี แผนการตลาดดี ทำง่าย รวยจริง!


    รางวัลเกียรติยศนี้ แสดงให้เห็นว่า นีโอโลฟ์สามารถ สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ อย่างยั่งยืนให้พี่น้องคนไทยและในอาเซียน ตักหนักดีว่า นีโอไลฟ์ทำได้จริง  รวยจริง คุณทำได้.....



วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2555

นีโอไลฟ์  บิวตี้สปา ช๊อปในลาว  2012

Update Neolife Beauty Spa shop


วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

สุดยอดทีมงานนีโอไลฟ์ออนไลน์เซ็นเตอร์

รูปแบบการทำงานของทีมงานนีโอไลฟ์ออนไลน์เซ็นเตอร์

เปลี่ยนความคิด  ชีวิตเปลี่ยน
บรรยายโดย ผจก.อรอุมา  ย้อยนวล

วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2555

ระบบลงทะเบียน นีโอไลฟ์ออนไลน์เซ็นเตอร์ รับสมัครทั่วประเทศ


       บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รับสมัครสมาชิก ทั้งไทยและเทศ  เราเป็นทีมนีโอไลฟ์ออนไลน์เซ็นเตอร์ ผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต 100 % ขยายสายงานทางอินเตอร์เน็ตได้ทั่วโลก ไม่ต้องเดินทางไกล ไม่ต้องมีเวลาทั้งวัน ไม่ต้องใช้ต้นทุนสูง มีห้องประชุมและห้องบรรยายแนะนำผู้มุ่งหวังแทนท่าน มีแม่ทีมคอยให้คำแนะนำและให้ความช่วยเหลือแทนท่าน สนใจรับระบบการทำงาน เวปไซต์ขยายทีมงาน
คู่มือออนไลน์ ห้องประชุมออนไลน์
ทำงานกับระบบ Social Network อันทรงพลัง
ทำง่าย มีรายได้จริงๆ!!
สนใจศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ ลงทะเบียนได้ที่นี่ครับ http://neolife-online.com/?id=tong

สอบถามได้ที่ คุณนพพงษ์ โทร.085-9893425 







วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2555

นีโอไลฟ์ ระเบิดเครือข่ายข้ามแดน บุกกัมพูชา

    นีโอ ไลฟ์ตอกย้ำความแรงข้ามแดน หวังปูทางธุรกิจสู่ขายตรงระดับแถวหน้าภูมิภาคอาเซียนล่าสุดเดินเครื่องบุกตลาดเพื่อนบ้านประเทศกัมพูชา แย้มเตรียมพบความยิ่งใหญ่ช่วงแกรนด์โอเพ่นนิ่ง 9 พ.ค.นี้ พร้อมมั่นใจจะเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมแน่นอนเผยประกอบการ Q1 เติบโตดีตามเป้า ประกาศเตรียมพบผลิตภัณฑ์ใหม่นำเข้าจากออสเตรเลียช่วง Q2 พร้อมปลื้มยอดสมาชิกคนสำเร็จที่ผ่านมากว่า 15,000 คน ลั่นเป้าปีนี้ขอนำพาผู้นำให้สำเร็จ 2 พันคนต่อเดือน
นับได้ว่าความเข้มข้นของ ธุรกิจเครือข่ายในปัจจุบันนี้ ค่อนข้างที่จะเปิดเกมรุกแบบเชือดเฉือนชนิดที่ว่า ตาต่อตาฟันต่อฟันกันเลยทีเดียว เพราะหากใครที่ไม่มีความพร้อมในเรื่องของเสบียงแล้วล่ะก็ มีสิทธิ์ที่จะเจ็บตัวได้ทุกเมื่อ ในขณะเดียวกัน เรื่องของ วิสัยทัศน์ความกล้าได้ กล้าเสียที่จะรุกตลาดอย่างเต็มอัตราศึกก็มีส่วนสำคัญ ในการนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จและเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ได้ด้วยเช่นกัน!!
เห็นได้อย่างเครือข่ายพันธุ์ไทยแท้อย่าง บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดภายใต้การนำทัพของ ดร.นพรุจ เวชกุลประธานกรรมการบริหาร และ ดร.รัชนี มหานิยมประธาน บริหารฝ่ายสมาชิก แล้วล่ะก็ ต้องยอมรับว่า 2 ผู้บริหารท่านนี้ เป็นอีกหนึ่งผู้บริหารฝีมือดีระดับแถวหน้า ที่น่าจับตามองอย่างมากทีเดียว ในยุคนี้ พ.ศ.นี้ เพราะเห็นได้จากในช่วงที่ผ่านมา ค่ายนี้สามารถสร้างคนที่สำเร็จได้อย่างมากมายทีเดียว ในแต่ละเดือน
และขึ้นชื่อว่า นีโอ ไลฟ์ความสำเร็จไม่ใช่ที่จะหยุดเพียงแค่นี้แน่ แต่ยังเตรียมที่จะส่งต่อความร่ำรวยสู่พี่น้องประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย กับเป้าหมายที่สำคัญ คือ ต้องการไปยึดครองตลาดขายตรงในประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ รวมถึงในประเทศจีนและอินเดีย
เร่งบุกตลาดใหม่กัมพูชาธุรกิจแกรนด์โอเพ่นนิ่ง9พ.ค.นี้
ล่าสุดดร.นพรุจ เวชกุลประธานกรรมการบริหาร บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้เผยผ่าน ตลาดวิเคราะห์ว่า ในช่วงเดือนเมษายนนี้ นี โอไลฟ์ เตรียมที่จะรุกธุรกิจในประเทศใหม่ คือ ประเทศกัมพูชา โดยในช่วงนี้จะเป็นการจัดระบบทุกอย่างให้เข้าที่ก่อน ไปพร้อมๆ กับการทำแผนโฆษณาประชาสัมพันธ์ ซึ่งขณะนี้สาขาอยู่ระหว่างการตกแต่ง โดยเป็นสาขาที่เรียกได้ว่าใหญ่โตพอสมควร และจะมีการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่มีมาด้วย ซึ่งจะจัดงานแกรนด์โอเพ่นนิ่งในวันที่ 9 พฤษภาคม 2555 นี้ ที่กรุงพนมเปญ
ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้ นีโอไลฟ์เองได้เคยรุกตลาดไปในหลายประเทศบ้างแล้ว แต่ว่าในประเทศเหล่านั้นเป็นการไปขยายธุรกิจแบบธรรมชาติ ซึ่งอาจจะยังไม่สามารถบูมธุรกิจได้เร็ว แต่การรุกประเทศกัมพูชาในครั้งนี้ ถือว่ามีความโชคดีที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ในประเทศกัมพูชา และพร้อมที่จะเป็นสมาชิกต้นๆ ให้กับเราในการขยายเครือข่าย
จะเห็นได้ว่า ในช่วงที่ผ่านมา นีโอ ไลฟ์เอง ได้เริ่มชิมลางกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศลาวเป็นแห่งแรก ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ต้องพบเจอปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างทางด้านภาษาและวัฒน ธรรม มุมมองและแนวความคิด การบริหาร การจัดการ ระหว่างเจ้าของพื้นที่กับสมาชิกนักธุรกิจของไทย โดยกว่า 2 ปีในประเทศลาวที่ นีโอ ไลฟ์ บุกเบิกทำงานอย่างหนัก เพื่อพิสูจน์ตนเอง จนในวันนี้ พบว่า นีโอ ไลฟ์ เริ่มที่จะเป็นที่ยอมรับในตลาดของประเทศลาวบ้างแล้ว ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์สาขาอยู่ในประเทศลาวถึง 4 ศูนย์ด้วยกัน คือ ศูนย์สาขาเวียงจันทร์ ศูนย์สาขาสหวันเขต ศูนย์สาขาจำปาสัก และศูนย์สาขาอุดมชัย
นับได้ว่า จากความสำเร็จในประเทศเพื่อนบ้านของ นี โอไลฟ์ ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ นี โอไลฟ์ หมายมั่นปั้นมือคาดการณ์ว่าภายในปี 2556 จะสามารถเปิดศูนย์สาขาในภูมิภาคอาเซียน ได้สำเร็จครบทุกประเทศแน่นอน
ซึ่งการรุกตลาดอาเซียนในครั้งนี้ แน่นอนว่า ความได้เปรียบเสียเปรียบย่อมตามมา สำหรับกลุ่มธุรกิจที่อยู่ใน ธุรกิจขายตรง โดยบริษัทขายตรงน้อยใหญ่ พยายามสรรหากลยุทธ์ต่างๆ ขึ้นมาเพื่อรองรับการพลิกโฉมของอาเซียน เช่นเดียวกับที่นีโอไลฟ์แบรนด์ขายตรงแถวหน้าของเมืองไทยก็เป็นหนึ่งใน กลุ่มธุรกิจที่ได้มีแผนรองรับเรื่องนี้ไว้เช่นกัน!
Q1ยอดขายตรงตามเป้าขอสร้างคนสำเร็จ2พันคน/เดือน นอกจากนี้ ดร.นพรุจ เวชกุลยังได้เผยถึงผลประกอบการในช่วงไตรมาสที่ 1 ปีนี้อีกว่า ยอดขายในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ ซึ่งขยับขึ้นทุกเดือน ในส่วนของแผนการรุกตลาดในช่วงนี้นั้น คงจะเป็นในส่วนของงานประดับเข็มประจำเดือน ที่ทางบริษัทฯ เองได้ยึดพื้นที่อิมแพ็ค เมืองทองธานีในการจัดงานประจำเดือนทุกเดือนแล้ว
ดร.นพรุจยังบอกอีกว่า อีกหนึ่งแผนงานที่บริษัทฯ เตรียมไว้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้นั้นก็คือ บริษัทฯ เตรียมที่จะนำเอาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากประเทศออสเตรเลียเข้ามาในระบบเครือข่าย พร้อมกับผลิตภัณฑ์ทางด้านความงามที่จะทยอยเข้ามาในระบบอย่างต่อเนื่อง
ขณะนี้บริษัทฯ ยังมีแนวคิดที่จะนำคีออสกาแฟเพื่อสุขภาพ เพื่อช่วยส่งเสริมอาชีพในการขายแก่สมาชิกที่สนใจอีกด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างการทดลอง ขณะนี้ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีเยี่ยม โดยใช้เงินลงทุนอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นบาท ซึ่งเราหวังว่าโครงการนี้น่าที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับผู้ที่ต้องการมีรายได้เสริมได้เป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน
ดร.นพรุจกล่าวทิ้งท้ายต่อว่า ปัจจุบันคนที่สำเร็จในธุรกิจ ในช่วงปีที่ผ่านมา นี โอไลฟ์มีผู้ที่ประสบความสำเร็จตลอดทั้งปี โดยอยู่ที่ประมาณ 15,000 คน ซึ่งเฉลี่ยแล้วเดือนละ 1 พันกว่าคน และในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายว่าต้องการสร้างผู้นำให้สำเร็จอยู่ที่ 2 พันคนต่อเดือนให้ได้ ไปพร้อมๆ กับยอดขาย 5,500 ล้านบาท
นับได้ว่า ตลอดระยะเวลากว่า 11 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ นีโอ ไลฟ์เริ่มที่จะเข้าไปอยู่ในใจของพี่น้องคนไทยเกือบทั่วทุกประเทศแล้ว ที่สำคัญยังถือเป็นบริษัทเครือข่ายพันธุ์ไทยที่เข็นผู้ประสบความสำเร็จมาก เป็นอันดับ 1 ของเมืองไทยในขณะนี้เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ นีโอ ไลฟ์เอง ยังไม่ได้จำกัดหรือวางกรอบขอบเขตเพียงแค่ผู้คนในสังคมไทยให้ประสบความสำเร็จ เท่านั้น แต่ยังเป็นธุรกิจขายตรงสัญชาติไทยที่พร้อมจะสานฝันต่อไปยังตลาดโลกในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 318 ประจำวันที่ 16 – 30 เมษายน 2555 

นีโอไลฟ์ 12 ปี แห่งความสำเร็จ ขยายสู่ตลาดอาเซียน ในปี พ.ศ. 2558




‘นีโอไลฟ์’ ขยายปีกสู่อาเซียนขยายความสำเร็จเขย่าตลาดโลก ต้อนรับ AEC

“นีโอไลฟ์” ระเบิดงานใหญ่ต้นปี ยึดชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ประดับเข็มนักธุรกิจคนแห่เข้างานร่วมแสน ประกาศ มุ่งเป้าขยายแบรนด์สู่เวทีอาเซียน รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558 กางแผนที่โชว์ ปัจจุบันขยายแล้ว 4 ประเทศ คาดไม่เกินปี 2556 กระจายแบรนด์ ปักธงครบ 10 ประเทศอาเซียน ย้ำความมุ่งมั่น ส่งต่อความสำเร็จเพื่อชีวิตใหม่ของคนทั่วโลก
ในปี 2558 จะเป็นปีที่ระบบเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอาเซียนจะเปลี่ยนไปจากความร่วมมือของกลุ่มประเทศในแถบนี้ที่จะเปิดการค้าเสรีระหว่างกัน อีกทั้งยังมีกลุ่มประเทศผู้นำ ทางเศรษฐกิจที่อยู่ในเอเชียอีก 3 ประเทศ ได้แก่ จีน, ญี่ปุ่น และอินเดีย เข้ามาร่วมสร้างสรรค์ความร่วมมือ เพื่อเป็น การยกระดับเศรษฐกิจในภูมิภาค
ในเรื่องนี้นับเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อการค้าเสรีเกิดขึ้น แน่นอนความได้เปรียบเสียเปรียบย่อม ตามมาสำหรับกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในทวีป ธุรกิจขายตรง นับเป็นหนึ่งธุรกิจที่เริ่มมองไปที่เรื่องนี้เป็นสำคัญ โดยบริษัทน้อยใหญ่ พยายามสรรหากลยุทธ์ต่างๆ ขึ้นมาเพื่อรองรับการพลิกโฉมของอาเซียน ซึ่ง “นีโอไลฟ์” แบรนด์ขายตรงแถวหน้าของเมืองไทยก็เป็นหนึ่งใน กลุ่มธุรกิจที่เตรียมแผนรองรับเรื่องนี้ ไว้แต่เนิ่นๆ
โดยสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น เรื่องของการเปิดการค้าเสรีอาเซียนแม่ทัพ ใหญ่ของ “นีโอไลฟ์” อย่าง ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้เตรียมแผนการกระจายแบรนด์ “นีโอไลฟ์” ออกสู่ตลาดสากลมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะส่วนอาเซียนเอง และกลุ่มประเทศ ที่จะเปิดการค้าเสรีในปี 58
ซึ่งการขยายสาขาของบริษัท ปัจจุบัน มีการขยายไปแล้ว 4 ประเทศ ได้แก่ จีน, เวียดนาม, ลาว และสิงคโปร์ ซึ่งทุกประเทศ ก็มีกระแสตอบรับกลับมาเป็นอย่างดี กลุ่ม ประชาชนให้ความสนใจในตัวบริษัท และเดินเข้ามาเป็นสมาชิกกันเป็นจำนวนมากการปูรากฐานในเวทีอาเซียน นีโอ ไลฟ์ เริ่มต้นที่ประเทศลาวเป็นพื้นที่แรก ซึ่งต้องพบเจออุปสรรคนานาปัญหา ไม่ว่า จะเป็นในด้านของความแตกต่างทางด้านภาษา วัฒนธรรม มุมมอง และความคิด โดยกว่า 2 ปีที่บริษัทบุกเบิก เพื่อเป็นการพิสูจน์ตนเอง วันนี้ นีโอ ไลฟ์ กลายเป็นที่ยอมรับในตลาดของประเทศลาว จนปัจจุบัน บริษัทมีศูนย์สาขาในลาวถึง 4 ศูนย์ ได้แก่ สาขาเวียงจันทน์, สาขาสะหวันเขต, สาขา จำปาสัก และสาขาอุดมชัย
จากความสำเร็จของก้าวแรกในเวที อาเซียนส่งต่อให้บริษัทขายพื้นที่ปักธงในเวทีสากลเพิ่มอีก โดยมีจีน เวียดนาม และ สิงคโปร์ ดังที่กล่าวมา โดยบริษัทได้คาดหวังว่า ในปี 2556 บริษัทจะปักธงเขตประเทศอาเซียนให้ครบ 10 ประเทศ และ สุดท้ายคือ ประเทศอินเดียโดยในอนาคตบริษัทต้องการที่จะขยายออกสู่ 10 ประเทศอาเซียน และ 3 ประเทศ ที่เข้าร่วม ซึ่งมีจีนที่บริษัทได้ขยาย ออกไปแล้วในช่วงก่อนหน้า อีกทั้งในอีกไม่กี่เดือนที่จะถึงสาขาของนีโอไลฟ์ ในประเทศกัมพูชาก็กำลังจะเกิดขึ้น
“การค้าเสรีอาเซียน นับเป็นเรื่องที่ สำคัญที่บริษัทมองไปถึง เนื่องจากปัจจุบัน บริษัทไม่ใช่เพียงแต่แบรนด์ขายตรงที่อยู่ในไทยเสียแล้ว เพราะความต้องการส่งต่อ ความสำเร็จไปยังพี่น้องทั่วโลก ทำให้การขยายตัวของบริษัทต้องเกิดขึ้นในเร็ววัน โดยบริษัทมีความต้องการเห็นการเพิ่มจำนวนของสมาชิกที่เป็นพี่น้องชาวต่างชาติ และทำให้เห็นว่า แบรนด์ขายตรงของ ไทย คือ สิ่งที่จะเข้าไปสร้างฐานะความเป็น อยู่ให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น” หัวเรือ นีโอไลฟ์ เผย
จากอุดมการณ์ ความมุ่งมั่นที่ต้องการ สร้างความสำเร็จส่งต่อไปยังประชาชนชาวไทย ผู้ไขว่คว้าหาความสำเร็จ และพยายามสร้างฐานะของตัวเอง แต่ด้วยความเป็นไปของสังคม ความฝันที่เฝ้ารอก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเกิดขึ้น
“จากอดีตที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มคนที่กลัวงานขาย เนื่องจาก ความไม่เชื่อ ไม่ศรัทธาว่าตนจะสามารถเป็นผู้ขายได้ โดยการขายต้องใช้ทุน และการลงทุนทุกอย่างก็ย่อมมีความเสี่ยง ซึ่งเมื่อเกิดความคิดดังกล่าวทำให้ประชาชนหันมาเป็นผู้ซื้อมากกว่าที่จะเป็นผู้ขาย แต่ วันนี้ กลุ่มนักธุรกิจของ “นีโอ ไลฟ์” ทำให้ความคิดเหล่านี้เปลี่ยนไป เพราะจากที่ประชาชนเข้ามาเป็นสมาชิกของบริษัท ทำให้สมาชิกทุกคนเห็นว่า
งานขายเป็นงาน ที่สร้างฐานะได้จริง” ดร.นพรุจ กล่าว
นีโอ ไลฟ์ เป็นบริษัทขายตรงที่มีความมุ่งมั่นในการสร้างความสำเร็จเพื่อส่ง ต่อไปสู่ผู้คนที่เข้ามาเป็นนักธุรกิจอิสระของ บริษัท โดยบริษัทมีเครื่องมือรองรับ และช่วยเหลือสมาชิกโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ประชุมเพื่อเพิ่มทักษะความรู้ในด้านงานขาย และสื่อต่างๆ ที่พร้อมช่วยเหลืองานขายแก่สมาชิก ซึ่งสิ่งเหล่านี้จัดว่าเป็น ตัวลดความเสี่ยงของนักขายทุกคน
ปัจจุบัน “นีโอไลฟ์” นับว่าเป็นบริษัทขายตรงอันดับ 4 ของประเทศ ในด้านของยอดขายในปีที่ผ่านมา จาก 700 กว่าบริษัทที่จดยื่นดำเนินธุรกิจขายตรงที่อยู่ในเมืองไทย ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 11 ปีที่ผ่านมา บริษัท นีโอ ไลฟ์ นับเป็นบริษัท ที่มีผู้ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของกลุ่มธุรกิจขายตรง โดยมีผู้ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในปี 54 ถึง 1.5 หมื่นคน อีกทั้งบริษัทยังเป็นแบรนด์ขายตรงที่จะมีการจัดงานประดับเข็มครั้งใหญ่ในทุกรอบเดือน
อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน นีโอ ไลฟ์ มีสมาชิกที่แอ็กทีฟ และสมาชิกผู้บริโภครวมกว่าล้านรหัสทั่วประเทศ มีศูนย์สาขาที่รองรับความต้องการทำธุรกรรมของสมาชิกอยู่จำนวน 35 ศูนย์หลัก และมีศูนย์ ย่อยที่เป็นอาคารเช่าอีก 30 ศูนย์ ขณะที่ตัวเลขการซื้อขายแฟรนไชส์จุดบริการสินค้า “นีโอ ไลฟ์ ช็อป” มีจำนวน 1.5 พันจุดบริการ ตอกย้ำถึงความพร้อมของบริษัท ในการขยายความยิ่งใหญ่ที่จะตามมา
ทั้งนี้ นีโอ ไลฟ์ นับว่าเป็นแบรนด์ขายตรงที่มีการเจริญเติบโตในด้านต่างๆ เป็นอย่างดีตลอดระยะเวลากว่า 11 ปีที่ผ่านมา จากแบรนด์ขายตรงไทยธรรมดาๆ แบรนด์หนึ่ง วันนี้ “นีโอ ไลฟ์” กลายเป็นบริษัทขายตรงชั้นนำของประเทศไปเป็นที่เรียบร้อย จากความมุ่นมั่นและตั้งใจที่จะ ส่งต่อความสำเร็จสู่ประชาชนอย่างแท้จริง วันนี้ “นีโอ ไลฟ์” กลายเป็นบริษัทขายตรง อันดับหนึ่งในเรื่องของจำนวนสมาชิกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด อีกทั้งในปี 2554 ที่ผ่านมา บริษัท นีโอ ไลฟ์ ยังได้ ชื่อว่าเป็นแบรนด์ขายตรงที่มียอดขายเติบโต สูงที่สุด เมื่อเทียบกับปี 2553 อีกด้วย

ขอบคุณสยามธุรกิจ
จากทีมงานนีโอไลฟ์ออนไลน์เซ็นเตอร์

วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555

ปลายฝัน สู่นีโอไลฟ์

   




         บางครั้งเวลาเราท้อ มันก็มีเรื่องราว ให้เราต้องคิด ในเมื่อทุกๆสิ่ง ไม่มีอะไรมันง่ายไปเสียทุกอย่าง แต่ถ้าเราล้มแล้ว ไม่พยายามที่จะลุกขึ้นต่อสู้กับมัน ฝันของเราก็ไม่สำเร็จ จงเดินตามความฝัน และต่อสู้กับมัน แล้ววันนั้นก็จะเป็นวันของเรา







    ความสำเร็จจะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าเราย้อมแพ้มันเสียตั้งแต่ทีแรก ไม่มีใครที่ไม่เคยหกล้ม ขอให้ลุกขึ้นยืนเพื่อก้าวต่อไป และต่อสู้กับมัน แล้ววันนั้นความสำเร็จ มันก็จะเป็นของเรา



วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2555

จุดสูงสุดของความสำเร็จ กับนีโอไลฟ์

เปลี่ยนความคิด ชีวิตก็เปลี่ยนตาม
กับทีมงาน
นีโอไลฟ์ออนไลน์เซ็นเตอร์


 



วันพุธที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

การเตรียมความพร้อม เพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 2558



อาเซียน คืออะไร?
“อาเซียน” อธิบายอย่างเป็นทางการได้ว่าคือ “สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ที่ตัวย่อชื่อภาษาอังกฤษย่อได้ว่า “ASEAN” ซึ่งมาจากชื่อเต็มว่า “Association of Southeast Asian Nations” แต่แรกเริ่มก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2510 อาเซียนเป็นสมาคมของประเทศสมาชิกจริงๆ ซึ่งแรกเริ่มมีสมาชิกเพียง 5 ประเทศ คือ Indonesia, Malaysia, Philippines, Singapore และ Thailand จนถึงวันนี้อาเซียนได้สมาชิกมาเพิ่มอีก 5 ประเทศ คือ Brunei Darussalam, Cambodia, Lao, Myanmar และ Vietnam (เรียงชื่อประเทศตามลำดับอักษรภาษาอังกฤษ) สภาพการเป็นสมาคมของประเทศที่เป็นสมาชิกก็มีความหมายเพียงการคบค้าสมาคมไปมาหาสู่ประชุมเล็กประชุมใหญ่ร่วมกันเป็นระยะๆ ลงนามในเอกสารปฏิญญาหรือสนธิสัญญาอะไรต่อมิอะไรร่วมกัน ลงนามก็ลงนามกันไป จากนั้นผู้นำของทุกประเทศก็แยกย้ายกันกลับประเทศตนเอง กลับไปทำตามความตกลงหรือจะทำช้ากว่ากำหนด หรือจะไม่ทำอะไรเลยทั้งๆที่ลงนามในความตกลงกันไปแล้วก็ได้ทั้งนั้น ไม่มีบทลงโทษ ไม่มีใครจะว่าอะไรให้เสียหาย อาเซียนจึงเกิดมาอย่างไม่เติบโตเหมือน “ทองไม่รู้ร้อน” แต่ความไม่รู้้ร้อนไม่รู้หนาวของอาเซียนจะยังคงแบบเดิมต่อไปมิได้อีกแล้ว เพราะขณะนี้อาเซียนจะเอาจริงแล้วในการทำงานร่วมกันในหมู่ 10 รัฐสมาชิก โดยปรับบทบาทอาเซียนให้เป็นองค์กรที่งานรับผิดชอบมากกว่าในสถานภาพสมาคม โดยอาเซียนประกาศให้ 10 ประเทศสมาชิกร่วมมือกันปรับโครงสร้างและเป้าหมายของ “สมาคม” ให้เป็น “ประชาคม” ให้ได้ในเร็ววัน
ประชาคมอาเซียนคืออะไร?
คำว่า “ประชาคม” ถูกใช้เรียกกระบวนการสร้างสัมพันธ์ในอาเซียนมาแต่แรกเริ่ม เมื่อมาถึงวันนี้อาเซียนปรับแนวทางมามุ่งสร้างทั้งรัฐและประชาชนพลเมืองของทั้ง 10 ประเทศ ให้หล่อหลอมความคิดร่วมกัน ใช้ชีวิตอยู่ร่วมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกันดุจว่าจะรวมทั้ง 10 ประเทศให้เป็นเกือบเหมือนประเทศเดียวกัน ในข้อเท็จจริงแล้วทุกประเทศยังคงเป็นประเทศเอกราชเช่นเดิม ดูแลบริหารปกครองประชาชนพลเมืองของตนเป็นสังคมประเทศตามเดิม แต่อาเซียนต้องการให้ทั้ง 10 ประเทศคิดร่วมกันใหม่ว่าให้เราทั้งหมดหลอมรวมวิถีการดำเนินชีวิตทุกมิติให้เป็น 10 ประเทศร่วมชตากรรมเดียวกันเป็นหนึ่งประชาคม เรียกความสัมพันธ์ในภาพรวมทั้งหมดนี้ว่าเป็น “ประชาคมอาเซียน” แม้ว่าแต่ละประเทศยังแยกอยู่เป็นประเทศๆไป แต่ความรู้สึกนึกคิดและแนวนโยบายการปฏิสัมพันธ์กันในภูมิภาคให้ถือว่าทั้ง 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนรวมกันเป็น “หนึ่งประชาคม” เรียกว่า “ประชาคมอาเซียน” ให้พวกเราทุกคนในภูมิภาคช่วยกันทำงาน สร้างความร่วมมือระหว่างกัน ทำให้เกิดความรู้สึกจริงๆให้ได้ว่าเราทั้งหมดเป็นประชาคมเดียวกัน มีความรู้สึกเป็นกลุ่มชาติกลุ่มพลเมืองที่มีอัตลักษณ์ร่วมกัน มีแนวคิดแนวฝันมองการณ์ไกลไปข้างหน้าร่วมเป็นหนึ่งเดียวกัน ด้วยเหหตุนี้อาเซียนจึงสร้างคำขวัญเป็นหลักนำทางว่าอาเซียนมี “หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งอัตลักษณ์ หนึ่งประชาคม” (One Vision, One Identity, One Community) อาเซียนตั้งเป้าไว้สูง แต่เป็นเป้าที่ไม่เกินเอื้อม จับต้องได้ ทำให้สำเร็จได้ และต้องการทำให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. 2558 หรือ ค.ศ. 2015 ให้จงได้ ดังนั้นในปีที่ประเทศไทยรับหน้าที่ประธานอาเซียน จากเดือนสิงหาคม 2551 ถึง เดือนธันวาคม 2552 อาเซียนได้ประกาศ “Roadmap for an ASEAN Community 2009-2015” หรือ “แผนปฏิบัติการสู่ประประชาคมอาเซียน 2009-2015”  ซึ่งจัดแยกแผนงานสร้างประชาคมเป็น 3 เรื่องสำคัญพื้นฐาน คือ :
1. การเมืองและความมั่นคง
2. เศรษฐกิจ
3. สังคมและวัฒนธรรม
ทั้งสามเรื่องใหญ่นี้อาเซียนเรียกเป็นทางการว่าเป็นสามเสาหลักหรือเสาค้ำประชาคมอาเซียนในภาพรวมให้แข็งแกร่ง สามเรื่องสามเสาหลักนี้อาเซียนเรียกแยกเป็น 3 ประชาคมแยกย่อยช่วยค้ำจุนประชาคมอาเซียนในภาพรวมให้มั่นคง
1. เสาหลักเศรษฐกิจ เรียกว่า “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน”
2. เสาหลักการเมือง เรียกว่า “ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน
3. เสาหลักสังคมและวัฒนธรรม เรียกว่า “ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน”
ทั้งสามเสาหลัก หรือ สามประชาคมนี้ เรียกรวมกันว่าเป็น “ประชาคมอาเซียน”
ประชาคมอาเซียนมีความสำคัญต่อพลเมืองไทย (และพลเมืองอาเซียน) อย่างไร?
ประชาคมอาเซียนทั้งสามเสาหลักมีความสำคัญต่อแบบแผนการสร้างความร่วมมือกันระหว่างประเทศ หากเป็นในอดีตเรื่องทำนองนี้จะถูกปัดไปเป็นเรื่องในความรับผิดชอบของรัฐบาล ประชาชนไม่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ในเมื่ออาเซียนพลิกความคิดใหม่ตามกฏบัตรอาเซียนที่ประกาศให้มีผลบังคับใช้ในเดือนธันวาคม 2551/2008 ดุจเป็นรัฐธรรมนูญร่วมของอาเซียนที่รัฐสมาชิกทั้งหายต้องยึดถือและปฏิบัติตาม เมื่อเป็นดังนี้แล้วทุกเรื่องที่เกิด ทุกอย่างทำ จะมีผลกระทบต่อประชาชนพลเมืองไทยและพลเมืองอีก 9 ประเทศของอาเซียนโดยตรง ทั้งการเมืองและความมั่นคง ทั้งการเศรษฐกิจ และทั้งด้านสังคมและวัฒนธรรม  เพราะอะไรที่กำหนดแล้วว่าจะทำ ก็ต้องทำเหมือนกันหมด กระทบเท่ากันหมดในทุกประเทศที่เป็นสมาชิกอาเซียน หากลงนามสร้างสันติภาพร่วมกัน พลเมืองทั้งหลายก็ต้องช่วยกันสร้างสันติภาพระหว่างกัน หากตกลงว่าจะเปิดพรมแดนไปมาหาสู่ ทำมาค้าขายกันอย่่างเสรี ไม่มีกำแพงขวางกั้น ทั้งกำแพงภาษีและกระบวนงานด่านศุลกากร อาเซียนบอกว่าให้สะดวกรวดเร็วก็จะต้องทำให้ได้สะดวกรวดเร็วเสมอเหมือนเท่าเทียมกันทั้งหมด เมื่ออาเซียนตกลงให้เปิดเขตการค้าเสรีก็ต้องเปิดเสรีพร้อมกันทั้งหมด หากอาเซียนตกลงว่าจะต้องจรรโลงรักษาความแตกต่างหลากหลายทางภาษา ศาสนา และวัฒนธรรมในอาเซียนให้เป็นอัตลักษณ์เฉพาะของอาเซียนร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวกัน ทุกชาติทุกกลุ่มวัฒนธรรมธรรมในท้องถิ่นต่างๆของอาเซียนก็จะต้องมีจิตสำนึกร่วมอัตลกษณ์เดียวกันให้ได้ รวมความว่าความตกลงของอาเซียนผ่านการลงนามของผู้นำในระดับต่างๆล้วนมีผลกระทบต่อพลเมืองไทยและพลเมืองอาเซียนทั้งสิ้น
พลเมืองไทย ยังไม่พร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
การเกิดของประชาคมอาเซียนเป็นการค่อยๆเกิด ค่อยๆพัฒนา ค่อยๆเติบโต และค่อยเป็นค่อยไป เป็นกระบวนการที่ถูกปล่อยให้พัฒนาไปช้าๆมาแตแรกเริ่ม แต่มาถูกเร่งให้เป็นรูปธรรมโดยตั้งเป้าหมายไว้ในปี 2558/2015 และมีเอกสารคู่มือการทำงานไปสู่ประชาคมอาเซียนที่เรียกว่า “Roadmap for an ASEAN Community” และเอกสารที่ว่านี้ก็เพิ่งจัดทำได้มาเพียงสามปีเท่านั้น นับจากปี 2552/2009 เหลือเวลาอีกเพียงสี่ปีเท่านั้นที่จะถึงปีเป้าหมายของการเกิดประชาคมอาเซียน เวลาของการเตรียมพร้อมนั้นน้อยมาก ความตื่นตัวในหมู่ประชาชนไทยเองยังไม่ปรากฏ นอกเหนือไปจากการทำกิจกรรมในสถาบันการศึกษาจำนวนไม่มากนัก ยิ่งไปกว่านั้นก็ยังพบว่ารัฐบาลเองก็ยังไม่ตื่นตัว ยังไม่มีแผนยุทธศาสตร์ใดๆเลยในอันที่จะนำทางประชาชนไปสู่ประชาคมอาเซียน รัฐบาลปัจจุบันยังไม่ประกาศแผนปฏิบัติการส่วนของไทยในการไปสู่ประชาคมอาเซียนเลย
ดังนั้นภาคประชาชนจึงไม่มีทิศทางในการเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ไม่รู้ว่าต้องทำอะไรอย่างไร เมื่อไร และจะพึ่งใครได้ ถ้าต้องการข้อมูลข่าวสารเพื่อเตรียมตัวให้พร้อม
นี่คือความน่าเป็นห่วงสำหรับประเทศไทยและพลเมืองไทย
ขอขอบคุณ สมเกียรติ อ่อนวิมล

วันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

การเข้าร่วมธุรกิจ และคิดรายได้กับนีโอไลฟ์






สนใจสมัคร กับทีมงานนีโอไลฟ์ออนไลน์เซ็นเตอร์เท่านั้น
ท่านสามารถโตขึ้นทั้งสองข้างได้แน่นอนคือ ซ้ายและขวา


วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

แผนการตลาดธุรกิจ นีโอไลฟ์

จากทีมงาน นีโอไลฟ์ออนไลน์เซ็นเตอร์















ผลิตภัณฑ์นีโอไลฟ์ ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไร?


      เมื่อเราอายุมากขึ้น การสะสมสิ่งอุดตันในเส้นเลือดยิ่งสูงขึ้น
และระบบการทำงานต่างๆ ในร่างกายย่อมเสื่อมสภาพลงตามไปด้วย เส้นเลือดอุดตันตีบตัน

หากเส้นเลือดที่อุดตันเป็นเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงส่วนไหนของร่างกาย ส่วนนั้นได้รับเลือดน้อยไม่เพียงพอส่วนนั้นก็จะอ่อนแอและทรุดโทรมลง


ผลิตภัณฑ์ นีโอ ไลฟ์ ช่วยปรับระบบการไหลเวียนของโลหิต  ให้ดีขึ้นเพื่อนำไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างเพียงพอ  ทำให้เกิดการบำรุง รักษา และซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างเต็มที่พร้อมทั้งยังช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค ลดการเกิดอนุมูลอิสระ และช่วยชะลอความแก่ ทำให้มีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม


สนใจติดต่อหรือโทรสอบถามผลิตภัณท์ ได้ที่ คุณนพพงษ์ โทร.085-9893425
หรือเข้าเว็บไซด์ เพื่อศึกษาข้อมูล

http://www.neolifeonlinecenter.com/?id=tong


วันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

แป๊ะก๊วย ช่วยเรื่องความจำเสื่อมได้จริงหรือ?






สรรพคุณ : บำรุงสมอง เสริมความจำ ( อัลไซเมอร์ ) ลดอาการปวดศีรษะ

แป๊ะก๊วย (Ginkgo) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า  : Gingko biloba L. (วงศ์ Ginkgoaceae)
องค์ประกอบสำคัญ ในใบแป๊ะก๊วยมีสารประกอบทางเคมีมากมาย แต่สารออกฤทธิ์ที่สำคัญมีอยู่
2 กลุ่มด้วยกันคือ
1. สารกลุ่มเทอร์ปีนอยด์ ประกอบด้วยสาร sesquiterpene ได้แก่ ไบโลบาไลด์ (bilobalide) และไดเทอร์ปีนคีโตน 5 ชนิดรวมเรียกว่า กิงโกไลด์” (ginkgolides) ได้แก่ ginkgolides A, B, C, J และ M

2. สารกลุ่มฟลาโวนอยด์ ในแป๊ะก๊วยมี flavonoid  มากกว่า 30 ชนิด โดยเฉพาะ flavonoid
glycoside โดยมีส่วน aglycone เป็นฟลาโวนอยด์หลัก 2 ชนิดคือ quercetin และ kaemferol  เช่น quercetin-3-rhamnoside, kaemferol-3-rhamnoside, quercetin-3-rutinoside ฯลฯ เป็นต้น นอกจากนี้ในใบยังมีสารจำพวก biflavonoids หลายชนิด เช่น amentoflavone, bilobetin, ginkgetin, iso-ginkgetin ซึ่งเป็นสารที่พบเฉพาะในใบแป๊ะก๊วยเท่านั้น


ข้อมูลการศึกษาวิจัย
ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

1.ฤทธิ์ในการรักษาอาการผิดปกติในสมอง
-ฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดขยายตัว  จากการศึกษาพบว่าสารพวก flavonoid ในสารสกัด
แป๊ะก๊วยมีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดขยายตัว เนื่องจากไปกระตุ้นการสร้าง prostacyclin และกระตุ้นการหลั่ง nitric oxide ซึ่งมีผลทำให้เกิดการคลายตัวของกล้ามเนื้อหลอดเลือด

- ฤทธิ์เพิ่มการไหลเวียนเลือดในสมอง
2.ผลต่อการทรงตัว และการได้ยิน สารสกัดแป๊ะก๊วยสามารถเพิ่มการเกิด action potential ของเส้นประสาท และสารสกัดสามารถทำให้การทรงตัวดีขึ้น

การศึกษาทางคลินิก
1.ผลในการรักษาอาการ cerebral insufficiency  อาการ cerebral insufficiency ประกอบด้วยอาการต่อไปนี้คือ ไม่มีสมาธิ, ความจำเสื่อม, งุนงง, ไม่มีแรง, เหนื่อย, สมรรถภาพทางกายลดลง อาการซึมเศร้า วิตกกังวล มึนงง หูอื้อ และปวดศรีษะ ผลการศึกษาพบว่าอาการโดยรวมดีขึ้น และพบว่าทำให้ความจำระยะสั้น (shorterm memory) ดีขึ้น ผลในการใช้รักษาอาการความจำเสื่อม (dementia) รวมทั้ง อัลไซเมอร์ พบว่าทำให้ cognitive performance และ social function ดีขึ้น อาการความจำเสื่อมในระดับอ่อนถึง ปานกลางพบว่าทำให้ความจำบางส่วนพัฒนาขึ้น
2.ผลในการรักษาโรคเส้นเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน พบว่าสารสกัดสามารถรักษาโรคเส้นเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน (จะมีอาการคือขาดเลือดไปเลี้ยงปลายมือปลายเท้า)
3.ผลการรักษาอาการเวียนศรีษะ และหูอื้อ พบว่าการใช้รักษาอาการเวียนศรีษะดีขึ้น แต่อาการหูอื้อผลยังไม่แน่นอน


     ใบแปะก๊วยยังทำหน้าที่ป้องกันสารอนุมูลอิสระช่วยบรรเทาโรค ลดภาวะต่างๆที่มักพบได้ในคนชรา มีประโยชน์ในการรักษาโรคหอบหืด หลอดลมอักเสบ รวมทั้งอาการปวดท้องก่อนมีประจำเดือน และภาวะหลังหมดประจำเดือนอีกด้วย
เกี่ยวกับภาวะบกพร่องของสมองในส่วนซีรีบรัมนั้น ในประเทศเยอรมนีมีการนำสารสกัดจากใบแปะก๊วยที่เรียกว่า กิงโกไบโลบา มาใช้บำรุงผู้ป่วยที่บกพร่องในโรคนี้ ซึ่งในปี 1980

          มีการทดลองกับผู้ป่วยที่มีอาการบกพร่องเรื้อรังของสมองส่วนซีรีบรัมและหลอดเลือดพบว่า ใบแปะก๊วยช่วยให้มีการพัฒนาการทางความจำ ความคิด นอนหลับได้ง่ายขึ้น ส่วนผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์นั้นในสหรัฐอเมริกาใบแปะก๊วยก็ถูกใช้อย่างกว้างขวางเพื่อเป็นยารักษาอาการดังกล่าวโดยมีการทดลองในปี 1994 ทดลองให้ใบแปะก๊วยกับกลุ่มผู้ป่วยอัลไซเมอร์ พบว่าผู้ป่วยมีความจำและสมาธิได้ดีขึ้น
         สำหรับผู้ป่วยที่มีสภาวะทางจิตก็พบว่ามีความจำและสมาธิดีขึ้นเช่นกันเมื่อรับประทานใบแปะก๊วยเข้าไป นอกจากนี้ผู้ที่มีปัญหากาเกี่ยวกับดวงตา ใบแปะก๊วยก็ยังช่วยให้มีความเร็วในการตอบสนองทางดวงตามากขึ้น
โรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปรกติของเส้นเลือดดำนั้น มีการทดลองขึ้นในปี 1998 โดยให้ผู้มีอาการปวดหลังจากการเดิน รับประทานแล้วพบว่าใบแปะก๊วยมีส่วนช่วยลดอาการปวดได้จริง ทั้งยังทำให้เดินได้มรระยะทางไกลขึ้นอีกด้วย รวมไปถึงยังมีการทดลองพบว่าใบแปะก๊วยช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดเพื่อเข้าไปเลี้ยงแขนขาได้ดีขึ้นอย่างมาก

          ส่วนที่เกี่ยวกับสภาวะการหายใจนั้น ในปี 1996 ได้มีการทดลองพบว่าใบแปะก๊วยมีประสิทธิภาพช่วยป้องกันผู้ที่มีอาการ AMS (Asthma & Acute Mountain Sickness) หรือภาวการณ์ผิดปรกติของการหายใจขณะขึ้นสู่ที่สูงได้ ส่วนคนในกลุ่มคนที่ประสบปัญหาหูอื้ออยู่เป็นประจำ การรับประทานอาหารใบแปะก๊วยยังช่วยลดภาวะหูอื้อลงได้อีกด้วย

          จากสรรพคุณต่างๆที่หลากหลายของใบแปะก๊วยที่มนุษย์ประจักษ์ชัดมาช้านาน มันจึงเป็นพืชสมุนไพรเก่าแก่ที่ให้คุณประโยชน์ในทางยาต่อมนุษย์มากมายมหาศาลอย่างแท้จริง.


เพียวเซ็นเต้ ผลิตภัณท์เพื่อความงาม








เพียวเซ็นเต้ ผลิตภัณท์เพื่อความงาม ให้การยอมรับจากนานาประเทศ


สุดยอดผลิตภัณฑ์ดูแลสภาพผิว ใบหน้า สารสกัดจากไข่มุก และทองคำ

บริสุทธิ์ เซรั่ม และ สเต็มเซลล์ ฟื้นฟูและยกกระชับผิวหน้า ลบรอยเหี่ยวย่น คืน

ความเปล่งปลั่ง นุ่มละมุน เพื่อสุขภาพผิวที่ดีของผู้หญิงยุคใหม่ทุกคน




วันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2555