วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

พิธีลงนามบันทึกข้อตกลง MOU และ กระทรวงมหาดไทย


กรีนรอยเตอร์ จัดงานแถลงข่าวและพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบพอเพียง การส่งเสริมการท่องเที่ยวและศิลปวัฒนธรรมไทย
(4ก.ค.2555) – ณ ห้องประชุม 1 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย นายประชา เตรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรีนรอยเตอร์ จำกัด ได้ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ในการส่งเสริมสนับสนุนนโยบายรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง การส่งเสริมการท่องเที่ยว และศิลปวัฒนธรรมของจังหวัด ระหว่างกระทรวงมหาดไทย กับ บริษัท กรีนรอยเตอร์ จำกัด โดยมีแขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม
นายประชา ในฐานะโฆษกกระทรวงมหาดไทยฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างกระทรวงมหาดไทย และ บริษัท กรีนรอยเตอร์ จำกัด ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันประชาสัมพันธ์โครงการสำคัญต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน อาทิ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โครงการสำคัญของรัฐบาล การผลิตและจำหน่ายสินค้า โอทอป ของดีมีคุณภาพได้มาตรฐานผ่านทางสื่อโทรทัศน์ และสื่อสิ่งพิมพ์ในเครือบริษัท กรีนรอยเตอร์ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวความน่าสนใจและน่าเรียนรู้ผ่านมุมมองใหม่ๆ ไปสู่สายตาประชาชนทั่วไป และนักท่องเที่ยว เพื่อให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ซึ่งมั่นใจว่า ในแต่ละจังหวัดมีพื้นฐานที่ดีเยี่ยมในด้านการท่องเที่ยวอยู่แล้ว หาดได้รับการเผยแพร่ออกไปสู่สาธารณชนก็จะสามารถปลุกกระแสการท่องเที่ยวในประเทศและภูมิภาคได้มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ประชาชนในท้องถิ่นมีรายได้จากการท่องเที่ยว และมียอดจำหน่ายโอทอปในท้องถิ่นเพิ่มสูงขึ้น
“ความจริงประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยว และของดีๆ อยู่ทั่วประเทศ ขณะที่ข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยก็ทำงานหนัก พัฒนาท้องถิ่นในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แต่ขาดการประชาสัมพันธ์ อย่างกว้างขวาง ซึ่งการร่วมมือกับบริษัท กรีนรอยเตอร์ จำกัด ซึ่งมีสื่อในมือ จะสามารถเผยแพร่ข่าวสารโครงการต่างๆ เป็นที่รู้จัก และประสบความสำเร็จมากขึ้น” นายประชา กล่าว
ขณะที่ ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรีนรอยเตอร์ จำกัด กล่าวว่า จากการที่ประเทศไทย ประสบกับปัญหาวิกฤติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ และการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ทุกภาคส่วนจึงควรร่วมมือกันในการพัฒนาประเทศ จากการที่ กรีนรอยเตอร์ ได้ร่วมมือ กับ กระทรวงมหาดไทย เชื่อว่า บริษัทกรีนรอยเตอร์ ในฐานะเจ้าของหนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ และนีโอทีวี ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายการ รัช กับ ดุ๊ก ออนไลน์ และ รัชนี VIP ออกอากาศทางช่อง 5 จะสามารถช่วยประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว สินค้าโอทอป และโครงการดีๆ ออกไปสู่สายตาประชาชนอย่างทั่วถึง และประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี
การแถลงข่าวและพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบพอเพียง การส่งเสริมการท่องเที่ยวและศิลปวัฒนธรรมไทย
วันพุธที่ 4 กรกฎาคม 2555 เวลา 09.30 น.
ณ ห้องประชุม 1 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย
09.30 น.-10.00 น.
สื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติลงทะเบียน (รับเอกสาร/อาหารว่างฯ)
10.00 น.
นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ประธานเดินทางมาถึงห้องประชุม 1 อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย
10.05 น.-10.15 น.
พิธีกรกล่าวต้อนรับและเชิญชม VTR การขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบพอเพียง การส่งเสริมการท่องเที่ยวและศิลปวัฒนธรรม
10.15 น.
พิธีกรเชิญนายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย
กล่าวถึงวัตถุประสงค์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบพอเพียง การส่งเสริมการท่องเที่ยวและศิลปวัฒนธรรม
พิธีกรเชิญ ดร. นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรีนรอยเตอร์ จำกัด กล่าวถึง แนวทาการสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแบบพอเพียง การส่งเสริมการท่องเที่ยวและศิลปวัฒนธรรม
10.40 น.
เจ้าหน้าที่ถือเอกสารบันทึกข้อตกลง (MOU) และปากกาสำหรับลงนามบันทึกข้อตกลงวางบนโต๊ะลงนาม
10.49 น.
พิธีกรเชิญผู้ร่วมลงนามทั้ง 2 ท่าน ประจำโต๊ะลงนาม ประกอบด้วย
ปลัดกระทรวงมหาดไทย
ดร. นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรีนรอยเตอร์ จำกัด
11.00 น.
พิธีกรเชิญ ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย และแขกผู้มีเกียรติ ถ่ายรูปร่วมกับ ผู้ลงนามทั้ง 2 ท่าน

วันเสาร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ลงทุนเพียง 5 หมื่นบาท เปิดแฟรนไชส์ กาแฟนีโอไลฟ์ เพื่อสุขภาพ


อาชีพเสริม อาชีพอิสระ เปิดแฟรนไชส์ กาแฟ นีโอไลฟ์ เพื่อสุขภาพ
เบื่อในงานประจำ ทำงานมากว่า 10 ปี ทำแทบตายก็ไม่รวยสักที
ผู้ที่สนใจ อยากมีอาชีพอิสระ  เป็นนายตัวเอง โทรสอบถามได้ที่ คุณนพพงษ์ โทร.085-9893425
หรือกรอกข้อมูลมาที่เว็บไซด์ เพื่อทางทีมงานจะติดต่อกลับไป
http://member.neolifeonlinecenter.com/?id=tong

กาแฟนีโอไลฟ์ เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ ที่ทำกำไรได้ประมาณ 3 พันบาทต่อวัน หรือ 9 หมื่นบาทต่อเดือน

นีโอ ไลฟ์สานเจตนารมณ์การกระจาย รายได้สู่ประชาชนชาวไทย ระเบิดธุรกิจ แฟรนไชส์ กาแฟหนึ่งทางเลือกเพิ่มรายได้ ลงทุน 5 หมื่นบาท รับสิทธิ์เกินคุ้ม ส่วนงานการตลาดหมดห่วง บริษัททุ่มทุนช่วยประชาสัมพันธ์ทุกสื่อ มั่นใจไม่เกินปีมีผู้เข้าร่วมลงทุนไม่ต่ำกว่า 2 พันร้าน ส่วนยอดขายผ่าน 5 เดือนแรก บริษัทขยายตัวกว่า 20%
  


ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด แบรนด์ขายตรงยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย เปิดเผยว่า การดื่มกาแฟของคนไทย เป็นที่นิยมเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน ซึ่งกลายเป็นค่านิยมนำไปสู่เรื่อง ของกระแส ซึ่งในส่วนนี้นำพาให้เกิดเครื่องดื่ม ต่างๆ ขึ้นมามากมาย จากปัจจัยนี้ทำให้ นีโอ ไลฟ์เล็งเห็นถึงโอกาสในการกระจายรายได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทคำนึงถึง มาโดยตลอด นำไปสู่แนวความคิดเรื่องของ การเปิดแฟรนไชส์กาแฟของ นีโอ ไลฟ์เพื่อให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มมากขึ้น อีกทาง





วัตถุประสงค์ของการเปิด แฟรนไชส์ กาแฟ คือ บริษัทต้องการที่จะกระจายรายได้เพิ่มให้กับสมาชิก รวมถึงบางคนที่ไม่ชอบในงานขายตรง และมีอคติในธุรกิจ การเปิดแฟรนไชส์นี้ขึ้นมาก็เพื่อให้กลุ่มคนเหล่านี้ ได้มีทางเลือกในการเพิ่มรายได้ ของตนเอง ซึ่งอย่างน้อยจะเป็นหนึ่งรายได้เสริมที่ดีของประชาชน ดร.นพรุจ เผย



โดยผลิตภัณฑ์ที่บริษัทนำเข้ามาอยู่ในระบบแฟรนไชส์นี้ ก็จะเป็นกาแฟของบริษัท ที่จำหน่ายทางช่องทางธุรกิจขายตรง อยู่ คือ

1. กาแฟ นีโอ ไลฟ์ คอฟฟี่ 5 in 1 ซึ่งจะมีส่วนผสมหลัก คือ กาแฟ อาราบิก้า ซึ่งเป็นกาแฟที่มาจากทางฝั่งแอฟริกา และอเมริกา มีรสชาติกลมกล่อม ไม่เข้มมาก ทั้ง ยังมีส่วนผสมของ มารีน คอลลาเจนซึ่งเป็นคอลลาเจนจากปลาทะเล มีโครงสร้างเหมือนคอลลาเจนในผิวหนังของคน ช่วยปรับปรุงฟื้นฟูสภาพผิวให้ดูอ่อนเยาว์ รวมทั้งยังมีในส่วนของ ต้นวีตกราสซึ่งเป็นพืชที่เต็มไปด้วยสารอาหาร รวมทั้งใยอาหาร ที่ช่วยในเรื่องของการขับถ่าย และล้างสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย



2.
กาแฟ นีโอ ไลฟ์ สริม คอฟฟี่ ซึ่งเป็นกาแฟโรบัสต้า มีต้นกำเนิดจากแถบแอฟริกาเช่นกัน แต่จะมีรสชาติที่เข้มกว่า ซึ่งมีส่วนผสมของ ข้าวสาลี ที่ช่วยดูดซึมแป้งและน้ำตาลในกระบวนการย่อยอาหาร ทำให้ร่างกายดึงพลังงานเก่าออกมาใช้ อีกทั้งยังมี ใยอาหาร และโครเมี่ยม พิโคลิเนต ซึ่งทั้งหมดจะช่วยทำให้รูปร่างของผู้ที่รับประทานดี ช่วยในเรื่องของการควบคุมน้ำหนัก



3. เห็ดหลินจือผงสำเร็จรูป สำหรับชงดื่ม ซึ่งเป็นเห็ดที่มีสรรพคุณทางยา เป็นสุดยอดสมุนไพรของจีน ช่วยในการเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย ลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยเรื่องของการไหลเวียนของเลือด อีกทั้งยังช่วยขับของเสียออกจากร่างกายคน
ซึ่งทั้ง 3 ตัวสินค้า ที่ นีโอ ไลฟ์ เข้ามาสู่ระบบแฟรนไชส์ร้านกาแฟนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นสินค้าขายดีของบริษัท ในระบบ ธุรกิจขายตรง เนื่องจากด้วยประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับของผู้ที่บริโภค และรสชาติ ที่อร่อย ทำให้ทั้ง 3 ตัวสินค้า ที่เข้ามาสู่ระบบ แฟรนไชส์นี้ บริษัทเชื่อว่าจะได้รับความนิยม จากผู้บริโภคเป็นอย่างดี




โดยธุรกิจแฟรนไชส์ร้านกาแฟของ นีโอ ไลฟ์ จะมีราคาอยู่ที่ 5 หมื่นบาท ต่อ 1 แฟรนไชส์ ซึ่งสิ่งที่ผู้ลงทุนจะได้รับก็จะมี




ร้านกาแฟ ป้ายร้าน มีล้อเลื่อนสวยงามทันสมัย สร้างแรงดึงดูดให้กับผู้บริโภค
สิทธิ์ ในการซื้อกาแฟของบริษัทในราคาสมาชิก
ได้รับสิทธิ์ในการเป็นสมาชิกของ นีโอ ไลฟ์ เท่ากับ 7 ศูนย์ธุรกิจ หรือคิดเป็นคะแนนคือ 140 PVได้รับสินค้าล็อตแรกฟรี โดยจะมี กาแฟ นีโอ ไลฟ์ คอฟฟี่ 5 in 1 และกาแฟ นีโอ ไลฟ์ สริมคอฟฟี่ อย่างละ 1 ลัง ลังละ 50 กล่อง
โบรชัวร์ข้อมูลสินค้า
สิทธิ์ในการร่วมประกวดร้านกาแฟนีโอ ไลฟ์ ซึ่งบริษัทได้จัดขึ้นเป็นการส่งเสริมการ ขาย โดยจะมีรางวัลท่องเที่ยวต่างประเทศ กับบริษัท และเงินรางวัลให้กับร้านที่ชนะเลิศ
ได้เป็นสมาชิกหนังสือพิมพ์ สยามธุรกิจ ฟรี 1 ปี
ซึ่งในราคาขายต่อแก้ว ที่บริษัทได้กำหนดไว้คือ แก้วละ 30 บาท สำหรับกาแฟ สูตร 5 in 1 สริม คอฟฟี่ แก้วละ 35 บาท และเห็ดหลินจือ 50 บาทต่อแก้ว ส่วนที่เป็นกาแฟเย็น ก็จะเพิ่มอีก 10 บาท
จากการที่บริษัทได้ทำการทดลอง และประเมินราคา จากการขายแก้วละ 30 บาท ต้นทุนจะอยู่ที่ 10 บาท ซึ่งกำไรจะได้ถึง 20 บาท ส่วนราคาอื่นของแต่ละชนิดผลิตภัณฑ์ ต้นทุน และกำไรก็จะไม่ต่างกัน คือ เจ้าของร้านจะได้กำไรมากกว่าครึ่ง ซึ่งหาก สามารถขายได้วันละ 100 แก้ว กำไรก็จะไม่ต่ำกว่า 2 พันบาท ซึ่งไม่ใช่เรื่องเกินจริง ซึ่งบริษัทเคยนำร้านกาแฟดังกล่าวไปออกบูธทดสอบตลาดแล้ว สามารถขายได้กำไรในหลักหมื่นเลยทีเดียว นี่จึงเป็นการกระจาย รายได้สู่ประชาชนอย่างแท้จริง ในอีกหนึ่งรูปแบบของการทำธุรกิจ ประธาน นีโอ ไลฟ์ กล่าว
อย่างไรก็ดี ในส่วนของเรื่องการประชาสัมพันธ์ธุรกิจกาแฟ แฟรนไชส์ของบริษัท นีโอ ไลฟ์ จะช่วยผู้ลงทุนในการโปรโมทธุรกิจดังกล่าว ด้วยการประชาสัมพันธ์ผ่าน ทางศูนย์ธุรกิจของ นีโอ ไลฟ์ พร้อมตัวแทนนักธุรกิจอิสระของบริษัท การโฆษณา ผ่านสื่อทีวีดาวเทียม ทั้งในส่วนของบริษัทเองที่มี นีโอ ทีวี สยามธุรกิจ เป็นช่องสถานีของบริษัท ที่พร้อมส่งเสริมการตลาด ในส่วนนี้ ทั้งยังมีหนังสือพิมพ์ สยามธุรกิจ สื่อสิ่งพิมพ์ ราย 3 วัน ซึ่งเป็นสื่อในเครือ นีโอ ไลฟ์ ช่วยประชาสัมพันธ์อีกทาง
รวมทั้งช่องฟรีทีวี ที่มี ช่อง 3 ข่าวสังคมธุรกิจ ออกอากาศทุกวันพฤหัสบดี เวลา 13.00 น. ช่อง 5 รายการ รัช กะ ดุ๊ก ออนทัวร์ ทุกวันจันทร์ ถึง ศุกร์ เวลา 10.50 น. รัช กะ ดุ๊ก ชวนคุย ทุกคืนวันอาทิตย์ เวลา 00.50 น. และ รัช กะ ดุ๊ก ออนทัวร์ วีไอพี ซึ่งเป็นรายการใหม่ ที่จะเริ่มออก-อากาศทุกวันเสาร์ เวลา 08.50 น. และช่อง 11 รายการคุ้มครองผู้บริโภค คุ้มครองประชาชน ทุกวันจันทร์ เวลา 10.00 น.
นอกจากนี้ ก็ยังมีสื่ออื่นๆ อีกมากมาย ที่บริษัทได้ทุ่มทุนเพื่อช่วยประชาสัมพันธ์แฟรนไชส์ดังกล่าว ซึ่งเป็นการช่วยเหลือในส่วนของการทำตลาดให้กับผู้ลงทุนอีกทาง
และยังมีสื่อทางอินเตอร์เน็ต มีเว็บไซต์ และ Social network ต่าง ๆ ไว้อำนวยความสะดวกให้กับสมาชิก โดยผ่านทางทีมงาน นีโอไลฟ์ออนไลน์เซ็นเตอร์ อีกด้วย
ในส่วนของยอดขายของ นีโอ ไลฟ์ 5 เดือนที่ผ่านมา เติบโตเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 20% ซึ่ง ดร.นพรุจ ยังบอกว่าต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ ซึ่งในช่วงหลังจากนี้ บริษัทต้องการ ที่จะขยายการเติบโตให้ได้อีก 28% เพื่อให้ยอดขายในช่วงสิ้นปีเป็นไปตามเป้าที่ 5 พันล้านบาท
ทั้งนี้ ดร.นพรุจ เวชกุล ยังได้กล่าวในตอนท้ายว่า บริษัทดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงการกระจายรายได้สู่พี่น้องชาวไทย เป็นหลัก ซึ่งการออกร้านแฟรนไชส์ กาแฟ นี้ ก็เพื่อการกระจายรายได้อีกทาง ซึ่งบริษัท ตั้งเป้าว่า ไม่เกินปีนี้จะมีผู้เข้าร่วมลงทุนเปิด ร้านไม่ต่ำกว่า 2 พันร้าน อย่างแน่นอน


วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555

กลยุทธ์หนีน้ำ ดันยอดขายพุ่งนีโอไลฟ์ โตกว่า 20%

รับสมัครสมาชิกนีโอไลฟ์ ทั่วประเทศ
 http://ads.neolifeonlinecenter.com/?id=tong

กลยุทธ์หนีน้ำ ดันยอดขายพุ่งนีโอไลฟ์ โตกว่า 20%บิ๊กเนมฉีกตำรารุกครึ่งปีหลังบุกทุกช่องทาง

      ติดตามได้ใน นสพ.สยามธุรกิจ วางแผงทุกวันพุธและวันเสาร์
      

              ครึ่งปีแรกผ่าน ค่ายบิ๊กเนมกอดคอโตตามเป้า เป็นผลจากการเร่งเครื่อง หวั่นปัญหา “น้องน้ำ” ทำพิษ “นีโอ ไลฟ์” ยอดขายขยายตัวกว่า 20% พุ่งเป้า AEC เต็มกำลัง “แอมเวย์” โต 7% เน้นจับลูกค้าวัยรุ่นต่อเนื่อง “กิฟฟารีน” รายรับเพิ่มไม่น้อยหน้า 7% เปิดช่องดาวเทียมช่วยสมาชิกล่านักขายหน้าใหม่ “เอม สตาร์” บอกโตตามเป้า ทำตลาดค่อยเป็นค่อยไป เลิกพูดถึงเป้าหมื่นล้าน

ผ่านไป 6 เดือนแรกของปี บรรดาค่าย ขายตรงยักษ์ใหญ่ต่างพอใจกับสถานการณ์ของบริษัทตนเอง หลังยอดขายช่วงครึ่งปีแรกเป็นไปได้ตามเป้าที่วาง โดยครึ่งปีหลัง หลายบริษัทเน้นการสร้างตลาดทั้งในและนอกประเทศเป็นสำคัญ หลังตลาด AEC ใกล้ เปิดเต็มที อีกทั้งยังมีปัญหาน้ำท่วมที่ผู้ประกอบการยังติดภาพหลอนไม่หาย ซึ่ง 6 เดือนนับจากนี้จะเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดที่จะวัดกันว่าค่ายใดจะสามารถโกยยอดขายได้มากกว่ากันในห้วงเวลาที่ไม่มีอะไรแน่นอน!

> “นีโอ ไลฟ์” ยอดขายพุ่งกว่า 20%

บริษัทที่ดูจะมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคงหนีไม่พ้น “บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด” ซึ่งในครึ่งปีแรกที่ผ่านมานี้ “ดร.นพรุจ เวชกุล” หัวเรือใหญ่ของบริษัทได้เผยว่า “นีโอ ไลฟ์” สามารถสร้างการเติบโตได้ถึง 20-21% อย่างไรก็ดี ก็ยังไม่เป็นที่ปลาบปลื้ม มากนัก เนื่องจากเป้าที่วางไว้สูงกว่านั้น

จากตัวเลข 4 พันล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขปิดบัญชีของบริษัทเมื่อปีก่อน นับว่า เป็นตัวเลขที่สร้างความฮือฮาให้กับวงการ ได้เป็นอย่างดี แต่เป้าหมายใหญ่ของบริษัท คือ ต้องการที่จะไต่ไปให้ถึง 1 หมื่นล้านบาทให้ได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ทำให้ตัวเลข การเติบโตในปีนี้ของบริษัทยังไม่ใช่ตัวเลข ที่น่าพอใจ

“นีโอ ไลฟ์” เน้นหนักไปที่เรื่องของการเปิดประตูการค้าเสรีอาเซียน หรือ AEC ที่จะมีขึ้นในปี 2558 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า โดยได้สร้างแผนงานมุ่งไปที่ส่วนนี้ เป็นสำคัญ ภายในธีม Connect The Dot to Asian โดยตั้งเป้าว่า ไม่เกินปีหน้า บริษัท จะปักฐานสาขาของ “นีโอ ไลฟ์” ให้ครบทั้ง 10 ประเทศในแถบอาเซียน เพื่อหวังวางรากฐานในการเดินหน้าสู่โลกการค้าเสรีที่กำลังจะเกิดขึ้น
โดยในช่วงครึ่งปีหลังของบริษัท “นีโอ ไลฟ์” พยายามสร้างแผนงานในประเทศอย่างการเปิดแฟรนไชส์กาแฟ พร้อมกับการเดินสายประชุมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการสร้างการตลาดในต่างประเทศ ซึ่งนับเป็น 2 สิ่ง ที่ทีมผู้บริหารของบริษัทได้วางกลยุทธ์ได้อย่างลงตัว ซึ่งหากมองอย่างละเอียดเป้าหมายหมื่นล้านของบริษัท คงไม่ได้ไกลอย่างที่หลายคนมองเสียแล้ว

> “แอมเวย์” โต 7% เน้นลูกค้าวัยรุ่น
“บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด” นับเป็นแบรนด์ขายตรงที่เก่าแก่ที่สุดแบรนด์หนึ่งของประเทศไทย ทั้งยังเปรียบเสมือนบริษัทผู้บุกเบิกทำให้ธุรกิจขายตรงเริ่มเป็นที่รู้จักกันในช่วงต้นของวงการธุรกิจ เครือข่าย จากสิ่งนี้ด้วยความที่อยู่มานานพร้อมแผนการตลาดที่ดี ทำให้ “แอมเวย์” กลายเป็นเบอร์หนึ่งของวงการขายตรงบ้านเราโดยในปีนี้ หลังจากที่ผ่านไปครึ่งปีของการเปิดสนามทำธุรกิจ แม่ทัพใหญ่อย่าง “กิจธวัช ฤทธีราวี” ประกาศว่า ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา บริษัทมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 7% ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตที่เป็น ไปตามเป้า โดยในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา บริษัท ได้เดินกลยุทธ์หลักคือ เรื่องของสินค้าในกลุ่ม ต่างๆ ในไลน์ของ “แอมเวย์” รวมทั้งยังผลักดันในส่วนของการจับกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีอย่างสื่อออนไลน์ และ โซเชียลเน็ตเวิร์ก ในการสร้างเครือข่าย

ซึ่งการใช้ช่องทางการตลาดแบบใหม่ ที่บริษัทได้พยายามใช้มาตลอดช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เป็นการใช้เพื่อกลุ่มลูกค้า Gen Y หรือกลุ่มลูกค้าใหม่ เน้นกลุ่มวัยรุ่น และกลุ่ม ผู้เริ่มเข้าสนามแรงงานเป็นสำคัญ บวกกับการถ่ายทอดความรู้เรื่องของนวัตกรรมสินค้าควบคู่ จุดนี้ถือเป็นกลยุทธ์หลักของบริษัทที่ได้พยายามผลักดัน ซึ่งเชื่อว่าในช่วง สิ้นปี บริษัทจะสามารถขยับเข้าใกล้ยอดขาย 2 หมื่นล้าน ที่ “แอมเวย์” วางไว้เมื่อ 5 ปีที่แล้วได้อย่างใกล้เคียง

อย่างไรก็ดี ในส่วนของยอดขาย 2 หมื่นล้านบาท ที่บริษัทได้ตั้งเป้าว่าปีนี้จะเป็นปีที่บริษัทประสบความสำเร็จในส่วนของ เป้ายอดขายนี้ ก็เห็นจะเป็นเรื่องยาก เพราะ หากดูจากยอดขายเมื่อปีที่แล้วที่บริษัทปิดไว้ที่ 1.55 หมื่นล้านบาท หากปีนี้จะปิดเพิ่มอีก 4.5 พันล้านบาท ดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ซึ่งทีมผู้บริหารของบริษัท คงต้องยืดระยะเวลาออกไป

> “กิฟฟารีน” เปิดช่องดาวเทียมหลังรายรับขยาย 7%

มาดูกันที่ค่ายยักษ์ใหญ่ของวงการ MLM ไทย อย่าง “บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด” ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่าน มา บริษัทมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 7-10% ซึ่งบริษัทยืนยันว่าอัตราการเติบโตที่เห็นนี้ เป็นไปได้ตามเป้าหมายที่บริษัทได้วาง ไว้ โดยที่ “พงษ์พสุ อุณาพรหม” ผู้อำนวยการใหญ่สายงานการตลาด ชี้ให้เห็นว่า อัตรา การเติบโตนี้เป็นผลจากความมั่นใจของสมาชิก จากแผนรับมือน้ำท่วมในปีก่อน

อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งปีหลังนับจากนี้ บริษัทได้วางกลยุทธ์หลัก คือ การสร้างแผนการตลาด โดยเน้นไปที่เรื่องการสื่อสาร แบรนด์เป็นสำคัญ โดยบริษัทได้ควักงบกว่า 50 ล้านบาท เพื่อเปิดช่อง “ทีวี ดาวเทียม” โดยหวังให้เป็นสื่อสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ และสร้างการรับรู้ให้เพิ่มขึ้นกับบริษัท

ซึ่งการเปิดช่อง “ทีวี ดาวเทียม” นี้ บริษัทได้ใช้ชื่อช่องว่า “กิฟฟารีน แชนแนล” โดยถือเป็นกลยุทธ์ไฮไลต์ประจำปีของบริษัท เลยก็ว่าได้ จากเรื่องนี้ทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากที่บริษัทได้เปิดช่องทาง การสื่อสารดังกล่าวจะทำให้แบรนด์ของ กิฟฟารีนจะเป็นไปในทางใด อีกทั้งในช่วงนี้นับเป็นเวลาที่สื่อดาวเทียมกำลังจะถูกวางทิศทาง การนำเสนอจากทางภาครัฐ โดยหากสื่อดังกล่าวไม่ถูกปิดกั้นการนำเสนอมากเกินไป ก็นับเป็นเรื่องดีของบริษัท รวมทั้งค่ายขาย ตรงที่เน้นใช้สื่อนี้ในการสร้างการรับรู้แบรนด์

> “เอม สตาร์” ออกสินค้าอัดแคมเปญดึงเรตติ้งคืน

ว่ากันว่าแบรนด์ขายตรงที่สร้างความฮือฮาให้กับวงการได้มากที่สุดในช่วง 3-4 ปี ที่ผ่านมา เป็นของ “บริษัท เอมสตาร์ เน็ทเวิร์ค จำกัด” ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า แบรนด์ ขายตรงนามนี้ มองไกลไปที่ตัวเลขยอดขาย 1 หมื่นล้านบาทเป็นสำคัญ และหากดูจากตัวเลขการเติบโตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยอดขายหมื่นล้านบาทที่บริษัทตั้งเป้าก็ไม่ใช่ เพียงเรื่องเพ้อฝันอย่างแน่นอน

ในช่วงครึ่งปีแรกของ “เอม สตาร์” ในปีนี้ “ท.ญ.ลพา วัชรศรีโรจน์” บอกเพียงว่า อัตราการเติบโตเป็นไปได้ตามเป้าหมาย ที่บริษัทได้วางไว้ ส่วนตัวเลขยอดขายหมื่นล้านบาทนั้น บริษัทคงจะไม่ใช้เป็นเป้าหมาย อีกต่อไป เนื่องจากบริษัทต้องการที่จะเน้นการทำตลาดเรียกชื่อเสียงที่หายไป จากการ ทิ้งน้ำหนักสาขาต่างประเทศในปีที่ผ่านมามากจนเกินไป ทำให้ยอดขายและเรตติ้งในประเทศถูกตัดทอน

โดยกลยุทธ์หลักๆ ของ “เอม สตาร์” ก็จะเน้นไปที่สินค้า ที่บริษัทได้เพิ่มเข้ามาในไลน์ โดยใช้แคมเปญต่างๆ เข้ามาเป็นตัวสร้าง การรับรู้ในการเปิดตัวสินค้า หนึ่งในนั้นเป็น การจัดประกวดนายแบบ นางแบบ ที่บริษัท ได้จัดขึ้น ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน โดยกิจกรรมนี้ ดูจะได้ผลทำให้ผู้บริโภคเกิดการ รับรู้ และจดจำในส่วนของยี่ห้อแบรนด์


ขอขอบคุณ นสพ.สยามธุรกิจ  ฉบับที่ 1313 ประจำวันที่ 30-6-2012  ถึง 3-7-2012

วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ข้อแตกต่างระหว่าง “ธุรกิจขายตรง” กับ “ขายตรงแอบแฝงแชร์ลูกโซ่”

นีโอไลฟ์ออนไลน์เซ็นเตอร์  เปิดรับสมัครสมาชิกทั่วประเทศ



 
                จากข้อมูลที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้รวบรวมไว้เกี่ยวกับแผนประทุษกรรม หรือรูปแบบของแชร์ลูกโซ่ในลักษณะต่าง ๆ ผ่านทางเว็บไซต์ www.dsi.go.tt และใช้ชื่อเรื่องว่า กลยุทธ์กลโกง “ แชร์ลูกโซ่ ” เพื่อเป็นการให้ความรู้กับประชาชน ในการป้องกันมิให้ตกเป็นเหยื่อของแชร์โซ่ ซึ่งได้รวบรวมไว้มากกว่าสิบรูปแบบ เช่น แชร์ข้าวสาร แชร์ก๋วยเตี๋ยว แชร์ยางพารา เป็นต้น ข้อมูลดังกล่าวเผยให้เห็นถึงมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากแชร์ลูกโซ่สูงถึงกว่าพันห้าร้อยล้านบาท และมีจำนวนของผู้เสียหายที่เชื่อว่าไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนคน สะท้อนให้เห็นว่ายังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่รู้เท่าไม่ทันกลโกงของธุรกิจที่แอบแฝงแชร์ลูกโซ่เหล่านี้ และมีหลายกรณีที่ใช้รูปแบบโดยแอบอ้างว่าเป็นธุรกิจขายตรงแต่กลับดำเนินธุรกิจแอบแฝงในลักษณะของแชร์ลูกโซ่ ซึ่งแต่ละรูปแบบของการกลโกงนั้นมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันออกไป ธุรกิจทั้งสองประเภทนี้จะมีลักษณะที่แตกต่างกัน คือ ธุรกิจขายตรงนั้นจะต้องมีการจดทะเบียนกับ สคบ. และดำเนินธุรกิจตรงตามที่ได้ยื่นจดทะเบียนไว้ การรับสมัครสมาชิก ไม่มีการบังคับ ไม่มีเงื่อนไขให้สมาชิกต้องซื้อสินค้าเพื่อมีสิทธิในการร่วมธุรกิจ สมาชิกสามารถนำสินค้าไปเสนอขายต่อผู้บริโภคได้โดยตรง ณ ที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ทำงานของผู้บริโภค โดยที่ผลตอบแทนของสมาชิกขึ้นอยู่กับการขายสินค้า และสินค้าจะต้องเป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง โดยจะต้องผ่านการตรวจสอบหรือได้รับการรองรับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สมาชิกมีความเป็นอิสระในการคืนสินค้า คือสมาชิกจะมีสิทธิในการคืนสินค้าตามเงื่อนไขของสัญญา และรอรับเงินคืนในระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนผู้บริโภคนั้นจะมีสิทธิในการเลิกสัญญา โดยการส่งหนังสือแสดงเจตนาภายใน 3 วัน นับจากวันที่ได้รับสินค้า หรือบริการ สำหรับธุรกิจขายตรงแอบแฝงแชร์ลูกโซ่นั้น เป็นธุรกิจที่ไม่ได้มีการจดทะเบียน หรืออาจจะมีการจดทะเบียนแล้ว แต่การดำเนินธุรกิจนั้นมีความแตกต่างจากที่ได้ยื่นจดทะเบียนไว้ การรับสมาชิกจะมีเงื่อนไข หรือมีการบังคับให้สมาชิกต้องซื้อสินค้าเพื่อสิทธิในการเข้าร่วมธุรกิจ โดยที่สมาชิกไม่ต้องนำสินค้าไปเสนอขายต่อผู้บริโภค แต่จะมุ่งเน้นให้สมาชิกไปชักชวนบุคคลอื่นให้เข้าร่วมเครือข่าย โดยที่ผลตอบแทนจะเป็นรายได้จากการแนะนำ ที่คิดคำนวณจากจำนวนสมาชิกที่เข้าร่วมเครือข่ายมากขึ้น สำหรับตัวสินค้าจะเป็นสินค้าที่มีราคาสูงแต่คุณภาพต่ำ และไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งจะมีการใช้วิธีการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณที่เกินจริง และมักจะไม่รับคืนสินค้า เพราะระบบการจ่ายเงินเป็นการนำเงินจากผู้สมัครรายใหม่มาจ่ายให้กับสมาชิกรายเก่าต่อๆกันไป

วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555

รางวัลยอดเยี่ยม แห่งเกียรติยศอันสูงสุด นีโอไลฟ์

       รางวัลแห่งความสำเร็จ ของผู้บริหาร และนักธุรกิจนีโอไลฟ์ 
ธุรกิจไทยที่เติบโตอย่างมั่นคง http://www.neolifeonlinecenter.com/รับสมัครสมาชิก นักธุรกิจอิสระทั่วอาเซียน ร่วมเติบโตอย่างอย่างมั่นคง กับธุรกิจขายตรงในระบบเครือข่ายของคนไทย 100% ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์กว้างไกล Connection ที่มั่นคงและมากมาย สินค้าดี แผนการตลาดดี ทำง่าย รวยจริง!


    รางวัลเกียรติยศนี้ แสดงให้เห็นว่า นีโอโลฟ์สามารถ สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ อย่างยั่งยืนให้พี่น้องคนไทยและในอาเซียน ตักหนักดีว่า นีโอไลฟ์ทำได้จริง  รวยจริง คุณทำได้.....



วันอาทิตย์ที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2555

นีโอไลฟ์  บิวตี้สปา ช๊อปในลาว  2012

Update Neolife Beauty Spa shop


วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

สุดยอดทีมงานนีโอไลฟ์ออนไลน์เซ็นเตอร์

รูปแบบการทำงานของทีมงานนีโอไลฟ์ออนไลน์เซ็นเตอร์

เปลี่ยนความคิด  ชีวิตเปลี่ยน
บรรยายโดย ผจก.อรอุมา  ย้อยนวล

วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2555

ระบบลงทะเบียน นีโอไลฟ์ออนไลน์เซ็นเตอร์ รับสมัครทั่วประเทศ


       บริษัท นีโอไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รับสมัครสมาชิก ทั้งไทยและเทศ  เราเป็นทีมนีโอไลฟ์ออนไลน์เซ็นเตอร์ ผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต 100 % ขยายสายงานทางอินเตอร์เน็ตได้ทั่วโลก ไม่ต้องเดินทางไกล ไม่ต้องมีเวลาทั้งวัน ไม่ต้องใช้ต้นทุนสูง มีห้องประชุมและห้องบรรยายแนะนำผู้มุ่งหวังแทนท่าน มีแม่ทีมคอยให้คำแนะนำและให้ความช่วยเหลือแทนท่าน สนใจรับระบบการทำงาน เวปไซต์ขยายทีมงาน
คู่มือออนไลน์ ห้องประชุมออนไลน์
ทำงานกับระบบ Social Network อันทรงพลัง
ทำง่าย มีรายได้จริงๆ!!
สนใจศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ ลงทะเบียนได้ที่นี่ครับ http://neolife-online.com/?id=tong

สอบถามได้ที่ คุณนพพงษ์ โทร.085-9893425 







วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2555

นีโอไลฟ์ ระเบิดเครือข่ายข้ามแดน บุกกัมพูชา

    นีโอ ไลฟ์ตอกย้ำความแรงข้ามแดน หวังปูทางธุรกิจสู่ขายตรงระดับแถวหน้าภูมิภาคอาเซียนล่าสุดเดินเครื่องบุกตลาดเพื่อนบ้านประเทศกัมพูชา แย้มเตรียมพบความยิ่งใหญ่ช่วงแกรนด์โอเพ่นนิ่ง 9 พ.ค.นี้ พร้อมมั่นใจจะเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมแน่นอนเผยประกอบการ Q1 เติบโตดีตามเป้า ประกาศเตรียมพบผลิตภัณฑ์ใหม่นำเข้าจากออสเตรเลียช่วง Q2 พร้อมปลื้มยอดสมาชิกคนสำเร็จที่ผ่านมากว่า 15,000 คน ลั่นเป้าปีนี้ขอนำพาผู้นำให้สำเร็จ 2 พันคนต่อเดือน
นับได้ว่าความเข้มข้นของ ธุรกิจเครือข่ายในปัจจุบันนี้ ค่อนข้างที่จะเปิดเกมรุกแบบเชือดเฉือนชนิดที่ว่า ตาต่อตาฟันต่อฟันกันเลยทีเดียว เพราะหากใครที่ไม่มีความพร้อมในเรื่องของเสบียงแล้วล่ะก็ มีสิทธิ์ที่จะเจ็บตัวได้ทุกเมื่อ ในขณะเดียวกัน เรื่องของ วิสัยทัศน์ความกล้าได้ กล้าเสียที่จะรุกตลาดอย่างเต็มอัตราศึกก็มีส่วนสำคัญ ในการนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จและเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ได้ด้วยเช่นกัน!!
เห็นได้อย่างเครือข่ายพันธุ์ไทยแท้อย่าง บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดภายใต้การนำทัพของ ดร.นพรุจ เวชกุลประธานกรรมการบริหาร และ ดร.รัชนี มหานิยมประธาน บริหารฝ่ายสมาชิก แล้วล่ะก็ ต้องยอมรับว่า 2 ผู้บริหารท่านนี้ เป็นอีกหนึ่งผู้บริหารฝีมือดีระดับแถวหน้า ที่น่าจับตามองอย่างมากทีเดียว ในยุคนี้ พ.ศ.นี้ เพราะเห็นได้จากในช่วงที่ผ่านมา ค่ายนี้สามารถสร้างคนที่สำเร็จได้อย่างมากมายทีเดียว ในแต่ละเดือน
และขึ้นชื่อว่า นีโอ ไลฟ์ความสำเร็จไม่ใช่ที่จะหยุดเพียงแค่นี้แน่ แต่ยังเตรียมที่จะส่งต่อความร่ำรวยสู่พี่น้องประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย กับเป้าหมายที่สำคัญ คือ ต้องการไปยึดครองตลาดขายตรงในประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ รวมถึงในประเทศจีนและอินเดีย
เร่งบุกตลาดใหม่กัมพูชาธุรกิจแกรนด์โอเพ่นนิ่ง9พ.ค.นี้
ล่าสุดดร.นพรุจ เวชกุลประธานกรรมการบริหาร บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้เผยผ่าน ตลาดวิเคราะห์ว่า ในช่วงเดือนเมษายนนี้ นี โอไลฟ์ เตรียมที่จะรุกธุรกิจในประเทศใหม่ คือ ประเทศกัมพูชา โดยในช่วงนี้จะเป็นการจัดระบบทุกอย่างให้เข้าที่ก่อน ไปพร้อมๆ กับการทำแผนโฆษณาประชาสัมพันธ์ ซึ่งขณะนี้สาขาอยู่ระหว่างการตกแต่ง โดยเป็นสาขาที่เรียกได้ว่าใหญ่โตพอสมควร และจะมีการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่มีมาด้วย ซึ่งจะจัดงานแกรนด์โอเพ่นนิ่งในวันที่ 9 พฤษภาคม 2555 นี้ ที่กรุงพนมเปญ
ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้ นีโอไลฟ์เองได้เคยรุกตลาดไปในหลายประเทศบ้างแล้ว แต่ว่าในประเทศเหล่านั้นเป็นการไปขยายธุรกิจแบบธรรมชาติ ซึ่งอาจจะยังไม่สามารถบูมธุรกิจได้เร็ว แต่การรุกประเทศกัมพูชาในครั้งนี้ ถือว่ามีความโชคดีที่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ในประเทศกัมพูชา และพร้อมที่จะเป็นสมาชิกต้นๆ ให้กับเราในการขยายเครือข่าย
จะเห็นได้ว่า ในช่วงที่ผ่านมา นีโอ ไลฟ์เอง ได้เริ่มชิมลางกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศลาวเป็นแห่งแรก ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ต้องพบเจอปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างทางด้านภาษาและวัฒน ธรรม มุมมองและแนวความคิด การบริหาร การจัดการ ระหว่างเจ้าของพื้นที่กับสมาชิกนักธุรกิจของไทย โดยกว่า 2 ปีในประเทศลาวที่ นีโอ ไลฟ์ บุกเบิกทำงานอย่างหนัก เพื่อพิสูจน์ตนเอง จนในวันนี้ พบว่า นีโอ ไลฟ์ เริ่มที่จะเป็นที่ยอมรับในตลาดของประเทศลาวบ้างแล้ว ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์สาขาอยู่ในประเทศลาวถึง 4 ศูนย์ด้วยกัน คือ ศูนย์สาขาเวียงจันทร์ ศูนย์สาขาสหวันเขต ศูนย์สาขาจำปาสัก และศูนย์สาขาอุดมชัย
นับได้ว่า จากความสำเร็จในประเทศเพื่อนบ้านของ นี โอไลฟ์ ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ นี โอไลฟ์ หมายมั่นปั้นมือคาดการณ์ว่าภายในปี 2556 จะสามารถเปิดศูนย์สาขาในภูมิภาคอาเซียน ได้สำเร็จครบทุกประเทศแน่นอน
ซึ่งการรุกตลาดอาเซียนในครั้งนี้ แน่นอนว่า ความได้เปรียบเสียเปรียบย่อมตามมา สำหรับกลุ่มธุรกิจที่อยู่ใน ธุรกิจขายตรง โดยบริษัทขายตรงน้อยใหญ่ พยายามสรรหากลยุทธ์ต่างๆ ขึ้นมาเพื่อรองรับการพลิกโฉมของอาเซียน เช่นเดียวกับที่นีโอไลฟ์แบรนด์ขายตรงแถวหน้าของเมืองไทยก็เป็นหนึ่งใน กลุ่มธุรกิจที่ได้มีแผนรองรับเรื่องนี้ไว้เช่นกัน!
Q1ยอดขายตรงตามเป้าขอสร้างคนสำเร็จ2พันคน/เดือน นอกจากนี้ ดร.นพรุจ เวชกุลยังได้เผยถึงผลประกอบการในช่วงไตรมาสที่ 1 ปีนี้อีกว่า ยอดขายในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ ซึ่งขยับขึ้นทุกเดือน ในส่วนของแผนการรุกตลาดในช่วงนี้นั้น คงจะเป็นในส่วนของงานประดับเข็มประจำเดือน ที่ทางบริษัทฯ เองได้ยึดพื้นที่อิมแพ็ค เมืองทองธานีในการจัดงานประจำเดือนทุกเดือนแล้ว
ดร.นพรุจยังบอกอีกว่า อีกหนึ่งแผนงานที่บริษัทฯ เตรียมไว้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้นั้นก็คือ บริษัทฯ เตรียมที่จะนำเอาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากประเทศออสเตรเลียเข้ามาในระบบเครือข่าย พร้อมกับผลิตภัณฑ์ทางด้านความงามที่จะทยอยเข้ามาในระบบอย่างต่อเนื่อง
ขณะนี้บริษัทฯ ยังมีแนวคิดที่จะนำคีออสกาแฟเพื่อสุขภาพ เพื่อช่วยส่งเสริมอาชีพในการขายแก่สมาชิกที่สนใจอีกด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างการทดลอง ขณะนี้ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีเยี่ยม โดยใช้เงินลงทุนอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นบาท ซึ่งเราหวังว่าโครงการนี้น่าที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับผู้ที่ต้องการมีรายได้เสริมได้เป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน
ดร.นพรุจกล่าวทิ้งท้ายต่อว่า ปัจจุบันคนที่สำเร็จในธุรกิจ ในช่วงปีที่ผ่านมา นี โอไลฟ์มีผู้ที่ประสบความสำเร็จตลอดทั้งปี โดยอยู่ที่ประมาณ 15,000 คน ซึ่งเฉลี่ยแล้วเดือนละ 1 พันกว่าคน และในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายว่าต้องการสร้างผู้นำให้สำเร็จอยู่ที่ 2 พันคนต่อเดือนให้ได้ ไปพร้อมๆ กับยอดขาย 5,500 ล้านบาท
นับได้ว่า ตลอดระยะเวลากว่า 11 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ นีโอ ไลฟ์เริ่มที่จะเข้าไปอยู่ในใจของพี่น้องคนไทยเกือบทั่วทุกประเทศแล้ว ที่สำคัญยังถือเป็นบริษัทเครือข่ายพันธุ์ไทยที่เข็นผู้ประสบความสำเร็จมาก เป็นอันดับ 1 ของเมืองไทยในขณะนี้เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ นีโอ ไลฟ์เอง ยังไม่ได้จำกัดหรือวางกรอบขอบเขตเพียงแค่ผู้คนในสังคมไทยให้ประสบความสำเร็จ เท่านั้น แต่ยังเป็นธุรกิจขายตรงสัญชาติไทยที่พร้อมจะสานฝันต่อไปยังตลาดโลกในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย
ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: นสพ.ตลาดวิเคราะห์ ฉบับที่ 318 ประจำวันที่ 16 – 30 เมษายน 2555 

นีโอไลฟ์ 12 ปี แห่งความสำเร็จ ขยายสู่ตลาดอาเซียน ในปี พ.ศ. 2558




‘นีโอไลฟ์’ ขยายปีกสู่อาเซียนขยายความสำเร็จเขย่าตลาดโลก ต้อนรับ AEC

“นีโอไลฟ์” ระเบิดงานใหญ่ต้นปี ยึดชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ประดับเข็มนักธุรกิจคนแห่เข้างานร่วมแสน ประกาศ มุ่งเป้าขยายแบรนด์สู่เวทีอาเซียน รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558 กางแผนที่โชว์ ปัจจุบันขยายแล้ว 4 ประเทศ คาดไม่เกินปี 2556 กระจายแบรนด์ ปักธงครบ 10 ประเทศอาเซียน ย้ำความมุ่งมั่น ส่งต่อความสำเร็จเพื่อชีวิตใหม่ของคนทั่วโลก
ในปี 2558 จะเป็นปีที่ระบบเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอาเซียนจะเปลี่ยนไปจากความร่วมมือของกลุ่มประเทศในแถบนี้ที่จะเปิดการค้าเสรีระหว่างกัน อีกทั้งยังมีกลุ่มประเทศผู้นำ ทางเศรษฐกิจที่อยู่ในเอเชียอีก 3 ประเทศ ได้แก่ จีน, ญี่ปุ่น และอินเดีย เข้ามาร่วมสร้างสรรค์ความร่วมมือ เพื่อเป็น การยกระดับเศรษฐกิจในภูมิภาค
ในเรื่องนี้นับเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อการค้าเสรีเกิดขึ้น แน่นอนความได้เปรียบเสียเปรียบย่อม ตามมาสำหรับกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในทวีป ธุรกิจขายตรง นับเป็นหนึ่งธุรกิจที่เริ่มมองไปที่เรื่องนี้เป็นสำคัญ โดยบริษัทน้อยใหญ่ พยายามสรรหากลยุทธ์ต่างๆ ขึ้นมาเพื่อรองรับการพลิกโฉมของอาเซียน ซึ่ง “นีโอไลฟ์” แบรนด์ขายตรงแถวหน้าของเมืองไทยก็เป็นหนึ่งใน กลุ่มธุรกิจที่เตรียมแผนรองรับเรื่องนี้ ไว้แต่เนิ่นๆ
โดยสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น เรื่องของการเปิดการค้าเสรีอาเซียนแม่ทัพ ใหญ่ของ “นีโอไลฟ์” อย่าง ดร.นพรุจ เวชกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นีโอ ไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทได้เตรียมแผนการกระจายแบรนด์ “นีโอไลฟ์” ออกสู่ตลาดสากลมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะส่วนอาเซียนเอง และกลุ่มประเทศ ที่จะเปิดการค้าเสรีในปี 58
ซึ่งการขยายสาขาของบริษัท ปัจจุบัน มีการขยายไปแล้ว 4 ประเทศ ได้แก่ จีน, เวียดนาม, ลาว และสิงคโปร์ ซึ่งทุกประเทศ ก็มีกระแสตอบรับกลับมาเป็นอย่างดี กลุ่ม ประชาชนให้ความสนใจในตัวบริษัท และเดินเข้ามาเป็นสมาชิกกันเป็นจำนวนมากการปูรากฐานในเวทีอาเซียน นีโอ ไลฟ์ เริ่มต้นที่ประเทศลาวเป็นพื้นที่แรก ซึ่งต้องพบเจออุปสรรคนานาปัญหา ไม่ว่า จะเป็นในด้านของความแตกต่างทางด้านภาษา วัฒนธรรม มุมมอง และความคิด โดยกว่า 2 ปีที่บริษัทบุกเบิก เพื่อเป็นการพิสูจน์ตนเอง วันนี้ นีโอ ไลฟ์ กลายเป็นที่ยอมรับในตลาดของประเทศลาว จนปัจจุบัน บริษัทมีศูนย์สาขาในลาวถึง 4 ศูนย์ ได้แก่ สาขาเวียงจันทน์, สาขาสะหวันเขต, สาขา จำปาสัก และสาขาอุดมชัย
จากความสำเร็จของก้าวแรกในเวที อาเซียนส่งต่อให้บริษัทขายพื้นที่ปักธงในเวทีสากลเพิ่มอีก โดยมีจีน เวียดนาม และ สิงคโปร์ ดังที่กล่าวมา โดยบริษัทได้คาดหวังว่า ในปี 2556 บริษัทจะปักธงเขตประเทศอาเซียนให้ครบ 10 ประเทศ และ สุดท้ายคือ ประเทศอินเดียโดยในอนาคตบริษัทต้องการที่จะขยายออกสู่ 10 ประเทศอาเซียน และ 3 ประเทศ ที่เข้าร่วม ซึ่งมีจีนที่บริษัทได้ขยาย ออกไปแล้วในช่วงก่อนหน้า อีกทั้งในอีกไม่กี่เดือนที่จะถึงสาขาของนีโอไลฟ์ ในประเทศกัมพูชาก็กำลังจะเกิดขึ้น
“การค้าเสรีอาเซียน นับเป็นเรื่องที่ สำคัญที่บริษัทมองไปถึง เนื่องจากปัจจุบัน บริษัทไม่ใช่เพียงแต่แบรนด์ขายตรงที่อยู่ในไทยเสียแล้ว เพราะความต้องการส่งต่อ ความสำเร็จไปยังพี่น้องทั่วโลก ทำให้การขยายตัวของบริษัทต้องเกิดขึ้นในเร็ววัน โดยบริษัทมีความต้องการเห็นการเพิ่มจำนวนของสมาชิกที่เป็นพี่น้องชาวต่างชาติ และทำให้เห็นว่า แบรนด์ขายตรงของ ไทย คือ สิ่งที่จะเข้าไปสร้างฐานะความเป็น อยู่ให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น” หัวเรือ นีโอไลฟ์ เผย
จากอุดมการณ์ ความมุ่งมั่นที่ต้องการ สร้างความสำเร็จส่งต่อไปยังประชาชนชาวไทย ผู้ไขว่คว้าหาความสำเร็จ และพยายามสร้างฐานะของตัวเอง แต่ด้วยความเป็นไปของสังคม ความฝันที่เฝ้ารอก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเกิดขึ้น
“จากอดีตที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มคนที่กลัวงานขาย เนื่องจาก ความไม่เชื่อ ไม่ศรัทธาว่าตนจะสามารถเป็นผู้ขายได้ โดยการขายต้องใช้ทุน และการลงทุนทุกอย่างก็ย่อมมีความเสี่ยง ซึ่งเมื่อเกิดความคิดดังกล่าวทำให้ประชาชนหันมาเป็นผู้ซื้อมากกว่าที่จะเป็นผู้ขาย แต่ วันนี้ กลุ่มนักธุรกิจของ “นีโอ ไลฟ์” ทำให้ความคิดเหล่านี้เปลี่ยนไป เพราะจากที่ประชาชนเข้ามาเป็นสมาชิกของบริษัท ทำให้สมาชิกทุกคนเห็นว่า
งานขายเป็นงาน ที่สร้างฐานะได้จริง” ดร.นพรุจ กล่าว
นีโอ ไลฟ์ เป็นบริษัทขายตรงที่มีความมุ่งมั่นในการสร้างความสำเร็จเพื่อส่ง ต่อไปสู่ผู้คนที่เข้ามาเป็นนักธุรกิจอิสระของ บริษัท โดยบริษัทมีเครื่องมือรองรับ และช่วยเหลือสมาชิกโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ประชุมเพื่อเพิ่มทักษะความรู้ในด้านงานขาย และสื่อต่างๆ ที่พร้อมช่วยเหลืองานขายแก่สมาชิก ซึ่งสิ่งเหล่านี้จัดว่าเป็น ตัวลดความเสี่ยงของนักขายทุกคน
ปัจจุบัน “นีโอไลฟ์” นับว่าเป็นบริษัทขายตรงอันดับ 4 ของประเทศ ในด้านของยอดขายในปีที่ผ่านมา จาก 700 กว่าบริษัทที่จดยื่นดำเนินธุรกิจขายตรงที่อยู่ในเมืองไทย ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 11 ปีที่ผ่านมา บริษัท นีโอ ไลฟ์ นับเป็นบริษัท ที่มีผู้ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของกลุ่มธุรกิจขายตรง โดยมีผู้ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในปี 54 ถึง 1.5 หมื่นคน อีกทั้งบริษัทยังเป็นแบรนด์ขายตรงที่จะมีการจัดงานประดับเข็มครั้งใหญ่ในทุกรอบเดือน
อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน นีโอ ไลฟ์ มีสมาชิกที่แอ็กทีฟ และสมาชิกผู้บริโภครวมกว่าล้านรหัสทั่วประเทศ มีศูนย์สาขาที่รองรับความต้องการทำธุรกรรมของสมาชิกอยู่จำนวน 35 ศูนย์หลัก และมีศูนย์ ย่อยที่เป็นอาคารเช่าอีก 30 ศูนย์ ขณะที่ตัวเลขการซื้อขายแฟรนไชส์จุดบริการสินค้า “นีโอ ไลฟ์ ช็อป” มีจำนวน 1.5 พันจุดบริการ ตอกย้ำถึงความพร้อมของบริษัท ในการขยายความยิ่งใหญ่ที่จะตามมา
ทั้งนี้ นีโอ ไลฟ์ นับว่าเป็นแบรนด์ขายตรงที่มีการเจริญเติบโตในด้านต่างๆ เป็นอย่างดีตลอดระยะเวลากว่า 11 ปีที่ผ่านมา จากแบรนด์ขายตรงไทยธรรมดาๆ แบรนด์หนึ่ง วันนี้ “นีโอ ไลฟ์” กลายเป็นบริษัทขายตรงชั้นนำของประเทศไปเป็นที่เรียบร้อย จากความมุ่นมั่นและตั้งใจที่จะ ส่งต่อความสำเร็จสู่ประชาชนอย่างแท้จริง วันนี้ “นีโอ ไลฟ์” กลายเป็นบริษัทขายตรง อันดับหนึ่งในเรื่องของจำนวนสมาชิกที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด อีกทั้งในปี 2554 ที่ผ่านมา บริษัท นีโอ ไลฟ์ ยังได้ ชื่อว่าเป็นแบรนด์ขายตรงที่มียอดขายเติบโต สูงที่สุด เมื่อเทียบกับปี 2553 อีกด้วย

ขอบคุณสยามธุรกิจ
จากทีมงานนีโอไลฟ์ออนไลน์เซ็นเตอร์

วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555

ปลายฝัน สู่นีโอไลฟ์

   




         บางครั้งเวลาเราท้อ มันก็มีเรื่องราว ให้เราต้องคิด ในเมื่อทุกๆสิ่ง ไม่มีอะไรมันง่ายไปเสียทุกอย่าง แต่ถ้าเราล้มแล้ว ไม่พยายามที่จะลุกขึ้นต่อสู้กับมัน ฝันของเราก็ไม่สำเร็จ จงเดินตามความฝัน และต่อสู้กับมัน แล้ววันนั้นก็จะเป็นวันของเรา







    ความสำเร็จจะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าเราย้อมแพ้มันเสียตั้งแต่ทีแรก ไม่มีใครที่ไม่เคยหกล้ม ขอให้ลุกขึ้นยืนเพื่อก้าวต่อไป และต่อสู้กับมัน แล้ววันนั้นความสำเร็จ มันก็จะเป็นของเรา